Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56379)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ โจทก์ที่ 2 ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาก โจทก์ที่ 2 จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 และจำเลย ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135,133)คดีทั้งสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกัน เหตุคดี ทั้งสองสำนวนเป็นเหตุเดียวกัน ซึ่งพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยโดยข้อหาอย่างเดียวกันตามสำนวนแรก ศาลชั้นต้นจึงพิจารณา พิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็น บทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก มาตรา 78, 160 วรรคสอง จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 2 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็น บทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนด ในข้อหาหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือ เป็นจำคุก 1 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 129)โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 131)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย ไม่ได้แก้บทมาตราด้วย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกโจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็น ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎ หมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1642 - 1643/2536พนักงานอัยการจังหวัดมุกดาหารโจทก์นายมงคล อินทรพรหมาจำเลยนางหนูเพียร ปาวงศ์ โจทก์ที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า โจทก์ที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของ โจทก์ที่ 2 ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เพราะศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาโจทก์ที่ 2 เห็นว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขมาก โจทก์ที่ 2 จึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 และจำเลย ต่างได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 135,133)

คดีทั้งสองสำนวนนี้ จำเลยเป็นบุคคลคนเดียวกัน เหตุคดี ทั้งสองสำนวนเป็นเหตุเดียวกัน ซึ่งพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยโดยข้อหาอย่างเดียวกันตามสำนวนแรก ศาลชั้นต้นจึงพิจารณา พิพากษารวมกัน โดยเรียกโจทก์สำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ สำนวนหลังว่าโจทก์ที่ 2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291,91 ที่แก้ไขแล้ว พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43,78,157,160 วรรคสอง เรียงกระทงลงโทษ ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบก มาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็น บทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 ปี ความผิดตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก มาตรา 78, 160 วรรคสอง

จำคุก 2 เดือน รวมจำคุก 2 ปี 2 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 พระราชบัญญัติจราจรทางบกมาตรา 43,157 ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งเป็น บทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 1 ปี รวมกับโทษที่ศาลชั้นต้นกำหนด ในข้อหาหลบหนีไม่ให้ความช่วยเหลือ เป็นจำคุก 1 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา(อันดับ 129)โจทก์ที่ 2 ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 131)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย ไม่ได้แก้บทมาตราด้วย เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกิน ห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกโจทก์ที่ 2 ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ซึ่งเป็น ปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งกฎ หมายดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อำนวย สุขพรหม · ปรีชา ธนานันท์ · พรชัย สมรรถเวช
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Supreme Court Judgment No. 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up