Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56426)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินจำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินตามสัญญาจำนอง พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2527 อันเป็นวันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไปจนถึงวันฟ้องแต่ไม่เกิน 5 ปี เป็นการไถ่ถอนจำนอง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 118) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมาจำนวน200 บาท (อันดับ 128) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดิน อ้างว่า ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยเพราะถูกฉ้อฉลให้ลงชื่อในสัญญาจำนองโดยไม่ได้รับเงิน จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยโดยลงชื่อในสัญญาจำนองด้วยความสมัครใจมิได้ถูกกลฉ้อฉลแต่อย่างใด และโจทก์ได้รับเงินจำนวน 40,000 บาท ตามสัญญาจำนองจากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว และฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินจำนวน40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน70,000 บาทให้แก่จำเลย กับให้โจทก์ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองตามสัญญาจำนอง ด้วยเช่นนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท โจทก์ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 แม้เป็นคดีที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องส่วนที่เกิน 40 บาทให้โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1937/2536นางบาง บุญเกิดโจทก์นางสมพร ศิริชนะจำเลยนางบาง บุญเกิด โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินหรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ฎีกาของโจทก์ เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีนี้เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์และเป็นคดีเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรค 2 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนสัญญาจำนองที่ดินจำเลยให้การต่อสู้คดีและฟ้องแย้งขอให้โจทก์ชำระเงินตามสัญญาจำนอง พร้อมดอกเบี้ย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ชำระเงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีของต้นเงินจำนวนดังกล่าว นับแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2527 อันเป็นวันจดทะเบียนจำนองเป็นต้นไปจนถึงวันฟ้องแต่ไม่เกิน 5 ปี เป็นการไถ่ถอนจำนอง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 118) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ โดยเสียค่าคำร้องมาจำนวน200 บาท (อันดับ 128) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจำนองที่ดิน อ้างว่า ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยเพราะถูกฉ้อฉลให้ลงชื่อในสัญญาจำนองโดยไม่ได้รับเงิน จำเลยให้การว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจำนองไว้กับจำเลยโดยลงชื่อในสัญญาจำนองด้วยความสมัครใจมิได้ถูกกลฉ้อฉลแต่อย่างใด และโจทก์ได้รับเงินจำนวน 40,000 บาท ตามสัญญาจำนองจากจำเลยไปครบถ้วนแล้ว และฟ้องแย้งให้โจทก์ชำระเงินจำนวน40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยเป็นเวลา 5 ปี รวมเป็นเงิน70,000 บาทให้แก่จำเลย กับให้โจทก์ไปจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองตามสัญญาจำนอง ด้วยเช่นนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกิน 200,000 บาท

โจทก์ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 แม้เป็นคดีที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ก็ไม่ได้รับการยกเว้น ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องส่วนที่เกิน 40 บาทให้โจทก์

Matter details

Panel of judges
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up