Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56429)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนฎีกาข้อ 2 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์จริงหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นมิได้ วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวและยอมให้โจทก์นำสืบแก้ไข ตัดทอน เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้เงินหมาย จ.1 จึงเป็นการฝ่าฝืน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาคดีนี้โดยตรง และการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังว่าจำเลยได้กู้เงินจากโจทก์ เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น แต่ก็หาได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายให้ชี้ชัดไปว่า การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำสืบแก้ไข ตัดทอน เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้เงิน ข้อ 2 (หมาย จ.1) นั้น เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่ ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เท่ากับยอมให้ โจทก์นำสืบแก้ไข ตัดทอน เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้ ข้อ 2 หมาย จ.1 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 40,000 บาทพร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 128) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 142) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์ เบิกความว่าโจทก์ได้รับสำเนา น.ส.3 เป็นการนำสืบแปลข้อความ ในสัญญากู้ข้อ 2 หมาย จ.1 ซึ่งระบุชัดแจ้งว่า โจทก์ได้รับต้นฉบับ น.ส.3ของจำเลยไว้เป็น ประกัน เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็นว่าแม้ฎีกาจำเลยจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1957/2536นางวราภรณ์ ใจเย็นโจทก์นางจันทร์ ยิ้มเจริญจำเลยนายณัฐพงศ์ ตันสวัสดิ์เจริญ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ไม่รับรองให้ฎีกาในข้อเท็จจริงแล้ว ส่วนฎีกาข้อ 2 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย จึงไม่รับฎีกา จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยในประเด็นที่ว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินจากโจทก์จริงหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นมิได้ วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวและยอมให้โจทก์นำสืบแก้ไข ตัดทอน เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้เงินหมาย จ.1 จึงเป็นการฝ่าฝืน ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระสำคัญในการพิจารณาคดีนี้โดยตรง และการที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังว่าจำเลยได้กู้เงินจากโจทก์

เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยของศาลชั้นต้น แต่ก็หาได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายให้ชี้ชัดไปว่า การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์นำสืบแก้ไข ตัดทอน เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้เงิน ข้อ 2 (หมาย จ.1) นั้น เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 หรือไม่ ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เท่ากับยอมให้ โจทก์นำสืบแก้ไข ตัดทอน เปลี่ยนแปลงข้อความในสัญญากู้ ข้อ 2 หมาย จ.1 คำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยในข้อ 2 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมายไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 40,000 บาทพร้อมกับดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2528 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก ศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 128) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 142) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลชั้นต้นยอมให้โจทก์ เบิกความว่าโจทก์ได้รับสำเนา น.ส.3 เป็นการนำสืบแปลข้อความ ในสัญญากู้ข้อ 2 หมาย จ.1 ซึ่งระบุชัดแจ้งว่า โจทก์ได้รับต้นฉบับ น.ส.3ของจำเลยไว้เป็น ประกัน เป็นการสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขเอกสาร ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 นั้น เห็นว่าแม้ฎีกาจำเลยจะเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ยงยุทธ ธารีสาร · วินัย วิมลเศรษฐ · สมคิด ไตรโสรัส
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

Supreme Court Judgment No. 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

Supreme Court Judgment No. 2496/2563

ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและม…

Supreme Court Judgment No. 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up