Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56430)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในขณะยื่นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยข้อ ก.เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งใช้บังคับคดีนี้ในขณะที่ยื่นฎีกาด้วย จึงไม่รับฎีกาข้อ ก. ส่วนฎีกาข้อ ข. เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาเฉพาะข้อ ข. จำเลยเห็นว่า คดีนี้ยื่นฟ้องก่อนวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยเป็นทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เล่ม 4 หน้า 6 สารบบเล่มหมู่ที่ 4 หน้า 266 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ห้ามจำเลยและบริวารรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทจำเลยฎีกาในข้อ 1 ก.ว่าโจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาท จึงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทย่อมต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2535มาตรา 18 บัญญัติว่า ไม่ให้ใช้บังคับแก่คดีที่ยื่นฟ้องไว้ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับนั้น ปรากฏว่ากฎหมายที่จำเลยอ้างดังกล่าวได้บัญญัติแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นไม่ได้แก้ไขเกี่ยวกับทุนทรัพย์ในการฎีกา จึงเป็นคนละเรื่องกันศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1963/2536นายทองใบ วงษ์หนองหว้าโจทก์นายพิจิตรหรือวิจิตร จันทร์เทศจำเลยนายพิจิตรหรือวิจิตร จันทร์เทศ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ทุนทรัพย์ ที่พิพาทในขณะยื่นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท ฎีกาของจำเลยข้อ ก.เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ ซึ่งใช้บังคับคดีนี้ในขณะที่ยื่นฎีกาด้วย จึงไม่รับฎีกาข้อ ก. ส่วนฎีกาข้อ ข. เป็นปัญหาข้อกฎหมาย จึงให้รับฎีกาเฉพาะข้อ ข. จำเลยเห็นว่า คดีนี้ยื่นฟ้องก่อนวันที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ใช้บังคับ ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงและฎีกาของจำเลยเป็นทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เล่ม 4 หน้า 6 สารบบเล่มหมู่ที่ 4 หน้า 266 ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ห้ามจำเลยและบริวารรบกวนสิทธิครอบครองของโจทก์ ฯลฯ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 105) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 109) คำสั่ง คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นฝ่ายครอบครองที่พิพาทจำเลยฎีกาในข้อ 1 ก.ว่าโจทก์ไม่ได้ครอบครองที่พิพาท จึงเป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริง เมื่อคดีนี้มีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทย่อมต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคแรก แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18 อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะที่จำเลยยื่นฎีกา ส่วนที่จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาว่า พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 13)

พ.ศ. 2535มาตรา 18 บัญญัติว่า ไม่ให้ใช้บังคับแก่คดีที่ยื่นฟ้องไว้ก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับนั้น ปรากฏว่ากฎหมายที่จำเลยอ้างดังกล่าวได้บัญญัติแก้ไขวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวกับเรื่องอื่นไม่ได้แก้ไขเกี่ยวกับทุนทรัพย์ในการฎีกา จึงเป็นคนละเรื่องกันศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
วิฑูรย์ สุทธิประภา · อัมพร เดชศิริ · สมปอง เสนเนียม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up