Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56440)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทจึงต้องห้าม ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนที่จำเลยยื่นฎีกาในข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง และฟ้องซ้อนนั้น เห็นว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบ ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาในข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง จำเลยได้ต่อสู้คดีไว้ในคำให้การของจำเลยซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ส่วนฎีกาเรื่องฟ้องซ้อนก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เช่นกัน ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจาก ที่ดินรูปสี่เหลี่ยมสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายฤดูทำนาปี 2533 แก่โจทก์จำนวน 10,000 บาท และปีถัดไปปีละ 10,000 บาทจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปและเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 116)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 120)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครองยังไม่เกิน 1 ปี จึงไม่เกินระยะเวลา ฟ้องเรียกสิทธิครอบครองคืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครองเกิน 1 ปี แล้ว เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ส่วนเรื่องฟ้องซ้อนนั้นเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2124/2536นายเสมย เกลียวทองโจทก์นายทรัพย์ เกลียวทองจำเลยนายทรัพย์ เกลียวทอง จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาทจึงต้องห้าม ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ส่วนที่จำเลยยื่นฎีกาในข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง และฟ้องซ้อนนั้น เห็นว่าเป็นข้อที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาโดยชอบ ในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 1 ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาในข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้อง จำเลยได้ต่อสู้คดีไว้ในคำให้การของจำเลยซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ส่วนฎีกาเรื่องฟ้องซ้อนก็เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย เช่นกัน ฎีกาของจำเลยจึงไม่ต้องห้ามแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจาก ที่ดินรูปสี่เหลี่ยมสีแดงตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องและห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายฤดูทำนาปี 2533 แก่โจทก์จำนวน 10,000 บาท และปีถัดไปปีละ 10,000 บาทจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปและเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 116)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 120)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครองยังไม่เกิน 1 ปี จึงไม่เกินระยะเวลา ฟ้องเรียกสิทธิครอบครองคืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ถูกจำเลยแย่งการครอบครองเกิน 1 ปี แล้ว เป็นฎีกาโต้เถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ส่วนเรื่องฟ้องซ้อนนั้นเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ · สมคิด ไตรโสรัส
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up