Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56489)

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีจำเลยทั้งสองต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง โดยนำดินมาถมปิดกั้นคลองชานสำโรง ด้านติดกับคลองนิคม 3 ทำให้โจทก์ทั้งสองไม่สามารถใช้น้ำจากคลองนิคม 3 ที่ไหลเข้าสู่คลองชานสำโรงไปยังบ่อปลาของโจทก์ทั้งสองได้ ขอให้จำเลยทั้งสองขุดลอกดิน ที่ถมออกและขุดลอกคลองที่ถมให้อยู่ตามสภาพเดิมและเรียกค่าเสียหาย จำนวน 140,000 บาทนั้น เป็นคดีขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจ คำนวณเป็นราคาเงินได้ ดังนั้นฎีกาจำเลยทั้งสองในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ทำละเมิดเพราะโจทก์ทั้งสอง ไม่เคยใช้ทางน้ำนี้เลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาในประเด็น ที่ว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ที่ 2 เป็นเพียง ผู้ดูแลผลประโยชน์ของโจทก์ที่ 1 จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก จำเลยทั้งสองไม่ได้นั้นก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองขุดลอกคลองให้อยู่ในสภาพเดิม มิฉะนั้นให้โจทก์เป็นผู้กระทำโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายให้ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 252) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ โดยทำเป็นอุทธรณ์คำสั่งและชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท (อันดับ 258) คำสั่ง โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองขุดลอกดินที่ถมในคลองออก ให้อยู่ในสภาพเดิม และเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นคดีที่มีคำขอ ให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ คดีจึง ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2272/2536นายวิเชียร จุลวาทีเลิศ กับพวกโจทก์นางเทศ เหลืองอ่อน กับพวกจำเลยนางเทศ เหลืองอ่อน ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสมบูรณ์ ณรงค์รักเดช ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีจำเลยทั้งสองต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสองเห็นว่า คดีนี้โจทก์ทั้งสองฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำละเมิดต่อโจทก์ทั้งสอง โดยนำดินมาถมปิดกั้นคลองชานสำโรง ด้านติดกับคลองนิคม 3 ทำให้โจทก์ทั้งสองไม่สามารถใช้น้ำจากคลองนิคม 3 ที่ไหลเข้าสู่คลองชานสำโรงไปยังบ่อปลาของโจทก์ทั้งสองได้ ขอให้จำเลยทั้งสองขุดลอกดิน ที่ถมออกและขุดลอกคลองที่ถมให้อยู่ตามสภาพเดิมและเรียกค่าเสียหาย จำนวน 140,000 บาทนั้น เป็นคดีขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจ คำนวณเป็นราคาเงินได้ ดังนั้นฎีกาจำเลยทั้งสองในปัญหาข้อเท็จจริงที่ว่าจำเลยทั้งสองไม่ได้ทำละเมิดเพราะโจทก์ทั้งสอง

ไม่เคยใช้ทางน้ำนี้เลย จึงไม่ต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาในประเด็น ที่ว่า โจทก์ทั้งสองไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะโจทก์ที่ 2 เป็นเพียง ผู้ดูแลผลประโยชน์ของโจทก์ที่ 1 จึงฟ้องเรียกค่าเสียหายจาก จำเลยทั้งสองไม่ได้นั้นก็เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ที่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ทั้งสองยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 ให้จำเลยทั้งสองขุดลอกคลองให้อยู่ในสภาพเดิม มิฉะนั้นให้โจทก์เป็นผู้กระทำโดยจำเลยทั้งสองเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายให้ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 252) จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ โดยทำเป็นอุทธรณ์คำสั่งและชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 200 บาท (อันดับ 258) คำสั่ง โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองขุดลอกดินที่ถมในคลองออก ให้อยู่ในสภาพเดิม และเรียกค่าเสียหาย จึงเป็นคดีที่มีคำขอ ให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ คดีจึง ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
สนัด หมายสวัสดิ์ · มงคล สระฏัน · โสภณ รอดหิรัญ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up