Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56520)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ไม่รับ อุทธรณ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยประเด็น อุทธรณ์ที่ว่าจำเลยมีสิทธิยกอ้างการอาศัยในที่ดินพิพาทโดยอาศัย สิทธิของนางเสงี่ยม มารดาได้หรือไม่และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น อุทธรณ์ของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 75,77)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 98หมู่ 1 ตำบลท้อแท้ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ รวมทั้งขนย้ายสัมภาระออกไปจากที่ดินตามโฉนดตราจองที่ 2926 ตำบลท้อแท้อำเภอพรหมวิราม(ปัจจุบันอำเภอวัดโบสถ์) จังหวัดพิษณุโลก ของโจทก์และให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300 บาท นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 8 สิงหาคม 2533) ไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้ค่าเช่าได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท จำเลยมิได้กล่าวเป็นข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง อุทธรณ์ของจำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็น อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยอาศัย สิทธิของโจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัยและทำสวน การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าที่ดินพิพาทหาใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แต่อย่างใดไม่และจำเลยมิได้อยู่อาศัยสิทธิของโจทก์ด้วยเช่นกัน แต่ที่ดินพิพาทตกอยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยจำเลยอาศัยสิทธิ ของนางเสงี่ยมมารดาจำเลย จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น อันเป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 73)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74)คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืน ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมเป็นที่สุด ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 70/2535นางสวิง แป้นสาลีโจทก์นางนกเอี้ยง วันรักชาติจำเลยนางนกเอี้ยง วันรักชาติ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกาคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ไม่รับ อุทธรณ์ของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้น คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โดยประเด็น อุทธรณ์ที่ว่าจำเลยมีสิทธิยกอ้างการอาศัยในที่ดินพิพาทโดยอาศัย สิทธิของนางเสงี่ยม มารดาได้หรือไม่และโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ซึ่งปัญหาดังกล่าวนี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น อุทธรณ์ของจำเลย จึงไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของจำเลย ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 75,77)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนบ้านเลขที่ 98หมู่ 1 ตำบลท้อแท้

อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลกและสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ รวมทั้งขนย้ายสัมภาระออกไปจากที่ดินตามโฉนดตราจองที่ 2926 ตำบลท้อแท้อำเภอพรหมวิราม(ปัจจุบันอำเภอวัดโบสถ์) จังหวัดพิษณุโลก ของโจทก์และให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300 บาท นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 8 สิงหาคม 2533) ไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินดังกล่าวจำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้อาศัยออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้ค่าเช่าได้ไม่เกินเดือนละ 2,000 บาท จำเลยมิได้กล่าวเป็นข้อพิพาทอ้างกรรมสิทธิ์ ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง อุทธรณ์ของจำเลยโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน เป็น อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งว่า

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยอาศัย สิทธิของโจทก์ปลูกบ้านอยู่อาศัยและทำสวน การที่จำเลยอุทธรณ์ว่าที่ดินพิพาทหาใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์แต่อย่างใดไม่และจำเลยมิได้อยู่อาศัยสิทธิของโจทก์ด้วยเช่นกัน แต่ที่ดินพิพาทตกอยู่ในความครอบครองของจำเลยโดยจำเลยอาศัยสิทธิ ของนางเสงี่ยมมารดาจำเลย จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้น อันเป็นอุทธรณ์ ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามอุทธรณ์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้องจำเลยฎีกาคำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 73)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 74)คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืน ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยคำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 ย่อมเป็นที่สุด ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยนั้นชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เริงธรรม ลัดพลี · วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up