Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 567/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การจ่ายเงินบำรุงความสุขเป็นเงินบำเหน็จพิเศษแก่ลูกจ้างตามระเบียบการขนส่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2499 นั้นจะต้องมีคณะกรรมการของจำเลยเป็นผู้พิจารณาและกำหนดจำนวนเงิน แต่การจ่ายเงินบำรุงความสุขเป็นเงินบำเหน็จพิเศษนี้ กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะต้องจ่าย จำเลยจะออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขในการจ่ายอย่างไรก็ชอบที่จะทำได้ เมื่อคณะกรรมการของจำเลยได้พิจารณาแล้วกำหนดจำนวนเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่โจทก์แต่ละคนรับไปแล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยได้จ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่โจทก์ตามระเบียบการขนส่งของจำเลยโดยชอบ โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินบำเหน็จพิเศษจากจำเลยอีก.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสิบเก้า ซึ่งทำงานในตำแหน่งกรรมกรขนส่ง ฐานหมดความจำเป็น และจำเลยได้จ่ายค่าชดเชยให้ตามกฎหมายแล้ว แต่ระหว่างที่โจทก์ทำงานอยู่กับจำเลย จำเลยได้หักค่าจ้างบางส่วนเป็นเงินบำรุงความสุขซึ่งตามระเบียบการขนส่งของจำเลยระบุให้จำเลยจ่ายเงินจำนวนนี้คืนแก่โจทก์เป็นเงินบำเหน็จพิเศษ แต่จำเลยไม่ยอมจ่าย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ได้รับค่าจ้างเป็นรายหน่วยจากการขนสินค้าให้แก่จำเลยโดยจำเลยได้จ่ายค่าจ้างให้โจทก์ไม่น้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำของกฎหมาย ส่วนเงินบำรุงความสุขที่จ่ายให้เป็นบำเหน็จพิเศษเมื่อออกจากงานเป็นเงินรายได้ของจำเลยส่วนหนึ่งต่างหากจากค่าจ้างของโจทก์ เพราะเงินส่วนนี้จำเลยเรียกเก็บจากผู้มาขนส่งสินค้ากับจำเลยตามระเบียบการขนส่งของจำเลย พ.ศ. 2499 แล้ว จัดเป็นกองทุนผลประโยชน์เพื่อจ่ายสงเคราะห์ช่วยเหลือลูกจ้างของจำเลยทุกคน เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์ จำเลยได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อพิจารณาจ่ายเงินบำรุงความสุขเป็นเงินบำเหน็จพิเศษตามระเบียบ ข้อ 21 และข้อ 22 โดยได้จ่ายเงินเช่นว่านี้ให้แก่โจทก์แต่ละคนไปแล้วส่วนหนึ่งรวมกับค่าชดเชย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายเงินบำรุงความสุขเป็นเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่โจทก์อีก

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษแก่โจทก์ทั้งสิบเก้า

จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ระเบียบการขนส่งของการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2499 ตอนที่ 8 ได้กำหนดเกี่ยวกับเรื่องเงินบำเหน็จพิเศษไว้ในข้อ 21 ว่า 'กรรมกรประเภทที่ 1 ซึ่งทำงานติดต่อกันมาด้วยความเรียบร้อยขยันขันแข็งครบ 5 ปีบริบูรณ์นับแต่วันที่จ้างเข้ามาเป็นกรรมกรประเภทที่ 3 ประจำในอัตรากำลัง หากถึงแก่กรรมในขณะเป็นกรรมกร หรือ ลาออกหรือถูกให้ออกดังกล่าวในข้อ 19 ค. - จ. ย่อมได้รับการพิจารณาเมื่อเห็นสมควรจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้เป็นการตอบแทนคุณความดีในอัตราไม่เกินร้อยละ 75 ของเงินบำรุงความสุขที่หักไว้ตามส่วนเฉลี่ยของแต่ละปีของหน่วยงานนั้น วิธีคิดเงินบำเหน็จพิเศษให้เอายอดเงินบำรุงความสุขของแต่ละเดือนเริ่มตั้งแต่กรรมกรขนส่งผู้นั้นได้รับการจ้างเข้ามาเป็นกรรมกรประเภทที่ 3 ประจำในอัตรากำลัง

หารด้วยจำนวนกรรมกรทั้งหมดของหน่วยงานนั้น แล้วนำผลลัพธ์แต่ละเดือนมารวมกันเมื่อสิ้นปีงบประมาณแล้วคูณด้วย 75 หารด้วย100 ผลลัพธ์เป็นเงินบำเหน็จพิเศษที่กรรมกรพึงจะได้รับ การจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษดังกล่าวในข้อนี้ให้คำนึงถึงรายจ่ายจากกองเงินบำรุงความสุขเป็นสำคัญด้วย ถ้าเงินบำรุงความสุขหักรายจ่ายแล้วมีไม่ถึง 75% ก็ให้ลดลงตามส่วน' สำหรับกรรมการพิจารณาจ่ายเงินช่ยเหลือได้กำหนดไว้ในข้อ 22 ว่า 'การจ่ายเงินสงเคราะห์และช่วยเหลือกรรมกรดังกล่าวในข้อ 20 และข้อ 21 ให้จ่ายจากเงินบำรุงความสุขกรรมกรของแต่ละสถานี โดยผ่านคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินบำรุงความสุขกรรมกร ฯลฯ' จากระเบียบการขนส่งของจำเลย ข้อ 21 และ ข้อ 22 ดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ตามข้อ 21 วรรคแรกนั้น เป็นเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ว่าหากกรรมกรผู้ใดพ้นจากสภาพการเป็นลูกจ้างของจำเลยตามเหตุที่ระบุไว้และเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินบำเหน็จพิเศษก็ให้จำเลยจ่ายเงินบำรุงความสุขเป็นเงินบำเหน็จพิเศษแก่ลูกจ้างผู้นั้น ซึ่งก็ได้ความว่าโจทก์ทุกคนเป็นลูกจ้างผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินเช่นว่านี้

สำหรับวรรคสองเป็นหลักเกณฑ์ในการคำนวณเงินบำเหน็จพิเศษที่จะจ่ายให้แก่ลูกจ้าง ส่วนวรรคสามนั้นเป็นข้อยกเว้นว่าถ้าเงินบำรุงความสุขหักรายจ่ายแล้วมีไม่ถึง 75 เปอร์เซ็นต์ ก็ให้ลดลงตามส่วนและการที่จำเลยจะจ่ายเงินบำเหน็จพิเศษเช่นว่านี้ก็จะต้องมีคณะกรรมการของจำเลยตามที่ระบุไว้ในข้อ 22 เป็นผู้พิจารณาและกำหนดจำนวนเงิน เมื่อได้ความว่าจำเลยได้ตั้งกรรมการขึ้นพิจารณาเพื่อจ่ายเงินบำรุงความสุขเป็นเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่โจทก์ตามระเบียบการขนส่งของจำเลยและเงินเช่นว่านี้กฎหมายไม่ได้บังคับให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างจะต้องจ่าย จำเลยจะออกระเบียบกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการจ่ายอย่างไรก็ชอบที่จะทำได้ เมื่อคณะกรรมการของจำเลยได้กำหนดจำนวนเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่โจทก์แต่ละคนตามจำนวนที่ระบุไว้ในช่อง

'เงินบำรุงความสุข'ท้ายคำให้การและโจทก์ทุกคนก็ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวไปแล้ว จึงถือได้ว่าจำเลยได้จ่ายเงินบำเหน็จพิเศษให้แก่โจทก์ไปตามระเบียบการขนส่งของจำเลยข้อ 21 และข้อ 22 โดยชอบโจทก์ไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องเงินบำเหน็จพิเศษจากจำเลยอีกได้

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์.

Matter details

Panel of judges
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3744/2531

สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่เป็นสินสมรสการฟ้องเรียกเก็บเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรส หญิงมีสามีจึงมีอำนาจฟ้องคดีได้ตามลำพังตน โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี เงินค่…

Supreme Court Judgment No. 4211/2530

สัญญาจ้างข้อ 5 กำหนดเงินเดือนโจทก์ไว้เป็นจำนวนแน่นอนข้อ 6 กำหนดเงื่อนไขว่าโจทก์จะต้องทำผลงานขั้นต่ำขายเครื่องรับโทรทัศน์ให้ได้ 5 เครื่องต่อเดือน และข้อ 9 กำหนดว่าถ้าไม่สามารถทำผลงานได้ตามเงื่อนไขสัญญา…

Supreme Court Judgment No. 2658/2542

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ข้อเรียกร้องที่ 9ระบุว่า "บริษัทฯ ตกลงจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายและเงินช่วยเหลือพิเศษในกรณีที่ลูกจ้างเกษียณอายุและถูกเลิกจ้าง โดยไม่มีความผิดสำหรับลูกจ้างรายวันตามอายุงาน" เห็นไ…

Supreme Court Judgment No. 4721/2541

เมื่อไม่มีระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างในระหว่างพักงานลูกจ้างเมื่อผลการสอบสวนปรากฏว่าลูกจ้างไม่มีความผิด ดังนั้น การที่โจทก์ได้ส่งมอบงานในหน้าที่ก่อนที่จำเล…

Supreme Court Judgment No. 984/2533

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างสหภาพแรงงานธนาคาร ออมสิน กับจำเลย (ปี พ.ศ. 2524) ข้อ 15 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าธนาคารฯ ตกลงแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบการ ฉบับที่ 123 ว่าด้วยวินัยของพนักงานฯ และระเบียบการ ฉบับท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up