Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56855)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง ของ จำเลยที่ 4 หากจำเลยที่ 4ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นฎีกาต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกามาวางศาลภายใน 15 วันจำเลยที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนควรได้รับอนุญาต ให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา กล่าวคือจำเลยที่ 4มีรายได้จากการรับบำนาญเดือนละ 5,000 บาท ไม่มีรายได้และ ทรัพย์สินอื่นอีกเลย และสามีจำเลยที่ 4 ถึงแก่กรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ซึ่งจำเลยที่ 4 มีบุตร 1 คน ซึ่งมีครอบครัวแล้วก็ไม่สามารถช่วยเหลือจำเลยที่ 4 ได้ จำเลยที่ 4 ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวเพียงคนเดียวซึ่งต้องอุปการะเลี้ยงดูยายซึ่งชราภาพด้วย ประกอบกับจำเลยที่ 4 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะนำมาจำหน่ายเพื่อเอาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาและคดีมีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 151 แผ่นที่ 3)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 250,715.33 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี สำหรับเงินต้นในวงเงินไม่เกิน260,000 บาท และอัตราร้อยละ 15 ต่อปี สำหรับเงินต้นส่วนที่เกินวงเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2527 จนถึงวันที่10 กรกฎาคม 2527 ต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวโดยไม่ทบต้นจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จและให้ร่วมกันชำระ เงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2523 ไปจนกว่าจำชำระให้โจทก์เสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 92,095.83 บาทมิฉะนั้นให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 17902 ตำบลลาดยาว(บางซื่อฝั่งเหนือ) อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน คำขอของโจทก์ นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 116,115,146)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 148)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 4 เป็นข้าราชการบำนาญมีรายได้ประจำจากเงินบำนาญเดือนละ 5,000 บาท แต่จำเลยที่ 4ก็ยังมีบุตรทำงานในรัฐวิสาหกิจมีรายได้เดือนละ 7,000 บาทพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันจึงน่าจะช่วยเหลือทางด้านการเงินได้บ้าง จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอ จะเสียหายค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกา หากจำเลยที่ 4 ยังติดใจที่จะฎีกาต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกามาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1900/2535ธนาคารทหารไทย จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนสามัญนิติบุคคลสมบัติการช่าง กับพวกจำเลยนางอาภรณ์ เพ็ญโรจน์ (ตามคำฟ้องใช้ว่า ตรีนุมิตร) จำเลยที่ 4ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156ความว่า จำเลยที่ 4 ฎีกาพร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้ว เห็นว่า ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ให้ยกคำร้อง ของ จำเลยที่ 4 หากจำเลยที่ 4ประสงค์จะดำเนินคดีในชั้นฎีกาต่อไปให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกามาวางศาลภายใน 15 วันจำเลยที่ 4 เห็นว่า จำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนควรได้รับอนุญาต ให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกา กล่าวคือจำเลยที่ 4มีรายได้จากการรับบำนาญเดือนละ 5,000 บาท ไม่มีรายได้และ ทรัพย์สินอื่นอีกเลย และสามีจำเลยที่ 4 ถึงแก่กรรมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2519 ซึ่งจำเลยที่ 4 มีบุตร 1 คน ซึ่งมีครอบครัวแล้วก็ไม่สามารถช่วยเหลือจำเลยที่ 4 ได้ จำเลยที่ 4 ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวเพียงคนเดียวซึ่งต้องอุปการะเลี้ยงดูยายซึ่งชราภาพด้วย ประกอบกับจำเลยที่ 4 ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดที่จะนำมาจำหน่ายเพื่อเอาเงินมาเสียค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกาและคดีมีทางชนะคดี โปรดอนุญาตให้จำเลยที่ 4 ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นฎีกาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 151 แผ่นที่ 3)

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 ร่วมกันชำระเงินจำนวน 250,715.33 บาทแก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยทบต้นในอัตราร้อยละ 10.5 ต่อปี สำหรับเงินต้นในวงเงินไม่เกิน260,000 บาท และอัตราร้อยละ 15 ต่อปี สำหรับเงินต้นส่วนที่เกินวงเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 10 มกราคม 2527 จนถึงวันที่10 กรกฎาคม 2527 ต่อจากนั้นให้คิดดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวโดยไม่ทบต้นจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จและให้ร่วมกันชำระ เงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2523 ไปจนกว่าจำชำระให้โจทก์เสร็จ ทั้งนี้ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องต้องไม่เกิน 92,095.83 บาทมิฉะนั้นให้บังคับจำนองยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 17902 ตำบลลาดยาว(บางซื่อฝั่งเหนือ)

อำเภอบางเขน (บางซื่อ) กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ โจทก์ หากได้เงินไม่พอชำระให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 4 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์จนครบถ้วน คำขอของโจทก์ นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถาศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 116,115,146)จำเลยที่ 4 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 148)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว แม้จะฟังว่าจำเลยที่ 4 เป็นข้าราชการบำนาญมีรายได้ประจำจากเงินบำนาญเดือนละ 5,000 บาท แต่จำเลยที่ 4ก็ยังมีบุตรทำงานในรัฐวิสาหกิจมีรายได้เดือนละ 7,000 บาทพักอาศัยอยู่บ้านเดียวกันจึงน่าจะช่วยเหลือทางด้านการเงินได้บ้าง จึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 4 เป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอ จะเสียหายค่าธรรมเนียมในชั้นฎีกา หากจำเลยที่ 4 ยังติดใจที่จะฎีกาต่อไป ก็ให้นำเงินค่าธรรมเนียมศาลในชั้นฎีกามาชำระต่อศาลชั้นต้นภายใน 15 วัน นับแต่วันทราบคำสั่งนี้

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · วีระชัย สูตรสุวรรณ · เริงธรรม ลัดพลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

Supreme Court Judgment No. 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

Supreme Court Judgment No. 5591/2548

ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาโดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล 1 ใน 2 ส่วน หากจำเลยที่ 3 ไม่เห็นพ้องด้วยก็ต้องอุทธรณ์คำสั…

Supreme Court Judgment No. 1689/2548

การพิจารณาว่าจะอนุญาตให้โจทก์ฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้หรือไม่เพียงใดนั้น ศาลต้องพิจารณาสาระสำคัญ 2 ประการคือ ประการแรก คดีของโจทก์มีมูลที่จะฟ้องร้องหรือไม่ โดยพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่โจทก์กล่าวอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up