Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 56951)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ในประเด็นข้อ 1 แม้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ฎีกา ของจำเลย ก็มิได้โต้แย้งโดยชัดแจ้งในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ส่วนฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นนี้ก็ไม่เกินสองแสนบาท แม้จะเป็นฎีกา เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม กรณีก็ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248(ที่แก้ไขแล้ว)จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยแพ้คดี จำเลยได้นำข้อความ ในอุทธรณ์มาใช้ในการฎีกาจึงเท่ากับจำเลยได้อุทธรณ์ความเห็นของ ศาลอุทธรณ์แล้ว ซึ่งไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 192 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกไปจากที่พิพาทของโจทก์ทั้งสองตามรูปแผนที่วิวาท และห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง ปีละ 500 บาท นับจากวันฟ้อง (28 เมษายน 2531) เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวาร ออกไปจากที่พิพาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 183)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 189)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยติดใจยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในประเด็นที่ว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่เท่านั้น ในประเด็นนี้จำเลยฎีกาว่าจำเลยให้การไว้ว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องอย่างชัดเจนอันจะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีและข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่า จำเลยขัดขวางไม่ยอมให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนดให้แก่โจทก์ก็เป็นข้อที่ไม่ปรากฏในฟ้องเป็นฟ้องที่ไม่ชอบนั้นก็เห็นว่าไม่มีข้อความตอนใดในฎีกาของจำเลยที่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบแล้วจึงให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2191/2535นายอิ๋น ยอมดี กับพวกโจทก์นางบรรจง บุญนิธิจำเลยนางบรรจง บุญนิธิ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลย ในประเด็นข้อ 1 แม้เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แต่ฎีกา ของจำเลย ก็มิได้โต้แย้งโดยชัดแจ้งในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ส่วนฎีกาของจำเลยในประเด็นข้อ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นนี้ก็ไม่เกินสองแสนบาท แม้จะเป็นฎีกา เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ก็ตาม กรณีก็ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248(ที่แก้ไขแล้ว)จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำเลยแพ้คดี จำเลยได้นำข้อความ ในอุทธรณ์มาใช้ในการฎีกาจึงเท่ากับจำเลยได้อุทธรณ์ความเห็นของ

ศาลอุทธรณ์แล้ว ซึ่งไม่เป็นการต้องห้ามตามกฎหมายแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 192 แผ่นที่ 2)ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวารออกไปจากที่พิพาทของโจทก์ทั้งสองตามรูปแผนที่วิวาท และห้ามเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ทั้งสอง ปีละ 500 บาท นับจากวันฟ้อง (28 เมษายน 2531) เป็นต้นไป จนกว่าจำเลยจะรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างพร้อมบริวาร ออกไปจากที่พิพาทจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 183)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 189)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าจำเลยติดใจยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในประเด็นที่ว่า

ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่เท่านั้น ในประเด็นนี้จำเลยฎีกาว่าจำเลยให้การไว้ว่า โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องอย่างชัดเจนอันจะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดีและข้อนำสืบของโจทก์ที่ว่า จำเลยขัดขวางไม่ยอมให้เจ้าพนักงานที่ดินรังวัดที่ดินเพื่อออกโฉนดให้แก่โจทก์ก็เป็นข้อที่ไม่ปรากฏในฟ้องเป็นฟ้องที่ไม่ชอบนั้นก็เห็นว่าไม่มีข้อความตอนใดในฎีกาของจำเลยที่ได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ถูกต้องหรือคลาดเคลื่อนอย่างไร ฎีกาข้อนี้ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับชอบแล้วจึงให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมมาตร พรหมานุกูล · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2565 (ref. 684736)

ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เลื่อนคดีและยกคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ชอบหรือไม่ นั้น ไม่เป็นปัญหาสำคัญที่ศาลฎีกาควรวินิจฉัยดั…

Supreme Court Judgment No. 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

Supreme Court Judgment No. 2496/2563

ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่มิได้ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ มีลักษณะเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงที่เป็นไปโดยมุ่งประสงค์ให้นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย ถือได้ว่าเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงและม…

Supreme Court Judgment No. 2026/2563

โจทก์ทั้งสองฟ้องตั้งประเด็นว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตายร่วมรู้กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 หาประโยชน์จากกองมรดกของผู้ตายด้วยการนำคลังสินค้าพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายออกให้จำเลยที่ 2 เ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up