Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 57/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยที่ 4 อ้างว่าเช่าซื้อรถยนต์ต่อจากผู้เช่าซื้อเดิม โดยชำระเงินดาวน์ ให้ จ. ทันที เป็นเงินถึง 20,000 บาททั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนเช่าซื้อและใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงทั้งยังไม่ทราบว่าคู่สัญญาเดิม จะยอมให้จำเลยที่ 4 เข้าเป็นผู้เช่าซื้อแทนหรือไม่ เป็นการผิดปกติวิสัยที่คนทั่วไปจะทำกัน ไม่มีเหตุผลให้รับฟังได้ นอกจากนั้นในชั้นสอบสวน จำเลยที่ 4 ก็ให้การว่าเป็นการซื้อขายไม่ใช่เช่าซื้อ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 4ซื้อรถยนต์ของผู้เสียหายจากจำเลยที่ 1 ในราคาเพียง 20,000 บาท จำเลยที่ 4 รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์คันที่ถูกปล้นราคาที่แท้จริงเป็นจำนวนเท่าใด และรับซื้อไว้ในราคาที่ถูกกว่ากันมาก เป็นการชี้ให้เห็นว่าไม่น่าจะซื้อไว้โดยสุจริต.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกับคดีหมายเลขดำที่1217/2531 ของศาลชั้นต้น โดยเรียกจำเลยในคดีดังกล่าวว่า จำเลยที่ 6และคดีดังกล่าวถึงที่สุดไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,340, 340 ตรี, 357, 32, 33, 80, 288 และริบหมอนกระสุนปืน หัวกระสุนและรถยนต์หมายเลขทะเบียน น-2159 สมุทรสาครจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 340 วรรคสี่, 340 ตรี, 83 ลงโทษจำคุกคนละ 30 ปี จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357วรรคสอง ลงโทษจำคุก 3 ปี ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ที่ 5 และที่ 6 จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ให้การรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา

มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ20 ปี จำเลยที่ 4 จำคุก 2 ปี ริบของกลาง ข้อหาอื่นให้ยกโจทก์และจำเลยที่ 4 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 4 ฎีกาโดยผู้พิพากษาที่ลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2531 ถึงวันที่ 3 กรกฎาคม 2531 เวลากลางคืนติดต่อกัน จำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกมีปืนเป็นอาวุธและมีรถยนต์เป็นยานพาหนะร่วมกันปล้นเอารถยนต์หมายเลขทะเบียน 9ร-2511กรุงเทพมหานคร ของบริษัทพระนครยนตร จำกัด ซึ่งอยู่ในความครอบครองของนายวินัย ผดุงกิจ ผู้เสียหายไป และได้ใช้ปืนยิงผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2531 จำเลยที่ 4 ได้รับรถยนต์คันที่ถูกปล้นไปไว้ในครอบครอง และไปขายให้จำเลยที่ 5 ในวันเดียวกันปัญหาวินิจฉัยมีว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดฐานรับของโจรหรือไม่...

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อที่จำเลยที่ 4 อ้างว่าเป็นการเช่าซื้อต่อโดยชำระแต่เฉพาะเงินดาวน์แล้วไปผ่อนส่งต่อนั้น ก็มีคำอ้างของจำเลยที่ 4 ลอย ๆ และไม่มีเหตุผลให้รับฟังได้ เพราะการที่จำเลยที่ 4จะตกลงเช่าซื้อต่อโดยชำระเงินดาวน์ให้นางเจี๊ยบทันทีเป็นเงินถึง20,000 บาท ทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นคนเช่าซื้อและใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง ทั้งยังไม่ทราบว่าคู่สัญญาเดิมจะยอมให้จำเลยที่ 4 เข้าเป็นผู้เช่าซื้อแทนหรือไม่นั้น เป็นการผิดปกติวิสัยที่คนทั่วไปจะทำกัน นอกจากนั้นในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 4 ก็ให้การว่าเป็นการซื้อขายไม่ใช่เช่าซื้อ และขณะที่ทำการซื้อขายไม่มีใครรู้เห็นรายละเอียดปรากฏตามบันทึกคำให้การของจำเลยที่ 4 เอกสารหมาย

จ.36ที่จำเลยที่ 4 อ้างว่าเจ้าพนักงานตำรวจบันทึกเองโดยไม่อ่านให้จำเลยที่ 4 ฟังนั้นไม่มีเหตุผลที่จะให้เชื่อได้ เพราะพนักงานสอบสวนที่ทำการสอบสวนก็เป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ไม่มีเหตุที่จะกลั่นแกล้งจำเลยที่ 4 และที่จะตกแต่งข้อเท็จจริงตามบันทึกคำให้การดังกล่าวนั้นขึ้นเอง ก็เห็นว่าไม่น่าจะทำได้โดยละเอียดอย่างนั้นข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 4 ซื้อรถยนต์ของผู้เสียหายจากจำเลยที่ 1 ในราคาเพียง 20,000 บาท จำเลยที่ 4 เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าจะรู้ราคาของรถยนต์ตามสภาพได้ดี ได้ความจากคำของผู้เสียหายและสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.42 ว่า รถยนต์คันที่ถูกปล้นไปนั้น เช่าซื้อมาในราคา 314,846 บาท จำเลยเองก็เบิกความรับว่ารถยนต์คันดังกล่าวมีสภาพใหม่

ซื้อเงินสดราคาประมาณ 300,000บาท แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 4 รู้อยู่แล้วว่ารถยนต์คันดังกล่าวราคาที่แท้จริงเป็นจำนวนเท่าใด การที่จำเลยที่ 4 รับซื้อไว้ในราคาเพียง 20,000 บาท เท่านั้น เป็นการชี้ให้เห็นว่าจำเลยที่ 4ไม่น่าจะรับซื้อไว้โดยสุจริต พยานหลักฐานของโจทก์จึงฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่า จำเลยที่ 4 รับซื้อรถยนต์ของกลางไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิด เมื่อเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานปล้นทรัพย์ การกระทำของจำเลยที่ 4 จึงเป็นความผิดฐานรับของโจร"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · อัมพร ทองประยูร
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10288/2554

คำให้การรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนและบันทึกการนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพก็เป็นพยานบอกเล่า และจำเลยนำสืบปฏิเสธว่ามิได้เกิดจากความสมัครใจเช่นนี้ คำให้การดังกล่าวโดยลำพังไม่อาจรับฟังเพื่อลงโทษจ…

Supreme Court Judgment No. 8753/2550

ในคดีรับของโจรนั้น โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 รับรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายไว้โดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์อันได้มาจากการกระทำความผิดเข้าลักษณะลักทรัพย์ ไม่ใช่ว่าเมื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้ครอบ…

Supreme Court Judgment No. 4536/2545

จำเลยเรียกเอาเงินค่าไถ่รถยนต์กระบะจากผู้เสียหายซึ่งถูกคนร้ายลักไป แต่ผู้เสียหายก็ไม่ได้รับรถยนต์กระบะคืนตามที่จำเลยนัดหมาย แต่ได้รับคืนเนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจยึดได้ในท้องที่อื่นคนละท้องที่กับที่จำเล…

Supreme Court Judgment No. 187/2541

รถยนต์กระบะของกลางมีสภาพเป็นรถใหม่ผู้เสียหายซื้อมาก่อนเกิดเหตุ 5 เดือน ราคา 335,000 บาท แต่ขณะที่จำเลยรับซื้อรถยนต์กระบะของกลางปรากฏว่าไม่มีกุญแจและบริวารกุญแจไขประตูและกุญแจสตาร์ทชำรุด ไม่ติดแผ่นป้าย…

Supreme Court Judgment No. 427/2541

ป. ถูกฟ้องในข้อหาความผิดฐานลักปลาดุก เลี้ยงของผู้เสียหายในคราวเดียวกันกับคดีนี้ และศาลพิพากษาลงโทษจำคุก ป. ไปแล้ว ตามคดีอาญาก่อนของศาลชั้นต้น ดังนั้น จึงต้องถือว่า ป. มีฐานะเป็นจำเลยเช่นเดียวกันกับจำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up