Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57050)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ 20,000 บาท ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีของโจทก์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ส่วนในช่องทุนทรัพย์ในคำฟ้องของโจทก์ที่ได้เขียนว่าทุนทรัพย์ 20,000 บาทนั้น ไม่ใช่ทุนทรัพย์ที่แท้จริงและคดีใดจะมีทุนทรัพย์หรือไม่ จะต้องดูที่คำขอท้ายฟ้องที่โจทก์ขอมาจึงจะชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนไถ่ถอนขายฝากให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมไปทำการจดทะเบียนไถ่ถอนขายฝาก ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 46) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องให้บังคับจำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากที่ดินที่มีการขายฝากไว้กับจำเลยเป็นเงินสองหมื่นบาทจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ที่ดินที่ขายฝากในกำหนด สัญญาจึงหมดสิทธิฟ้องบังคับขอไถ่ ดังนั้นหากโจทก์ชนะคดี โจทก์ย่อมได้ที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วยเหตุนี้ ที่ดิน ตามสัญญาขายฝากจึงเป็นทรัพย์สินที่พิพาทกันในคดีนี้ เมื่อทรัพย์สินดังกล่าวมีราคาตามสัญญาขายฝากสองหมื่นบาท โดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันว่าที่ดินดังกล่าวมีราคาสูงกว่านั้นคดีนี้จึงมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทหาใช่เป็นคดีฟ้องขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงิน ได้ตามที่โจทก์อ้างไม่ เมื่อฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2774/2535นางกลม พันธ์ไทย ฯโจทก์นายฟื้น เรไรจำเลยนางกลม พันธ์ไทย โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีมีทุนทรัพย์ 20,000 บาท ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรก ไม่รับฎีกา โจทก์เห็นว่า คดีของโจทก์เป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ซึ่งเป็นการฟ้องขอให้ปลดเปลื้องทุกข์จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ส่วนในช่องทุนทรัพย์ในคำฟ้องของโจทก์ที่ได้เขียนว่าทุนทรัพย์ 20,000 บาทนั้น ไม่ใช่ทุนทรัพย์ที่แท้จริงและคดีใดจะมีทุนทรัพย์หรือไม่ จะต้องดูที่คำขอท้ายฟ้องที่โจทก์ขอมาจึงจะชอบด้วยกฎหมาย โปรดมีคำสั่ง ให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนไถ่ถอนขายฝากให้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ยอมไปทำการจดทะเบียนไถ่ถอนขายฝาก ขอให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยไม่แก้อุทธรณ์จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 46) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 48) คำสั่ง คดีนี้โจทก์ฟ้องให้บังคับจำเลยรับไถ่ถอนการขายฝากที่ดินที่มีการขายฝากไว้กับจำเลยเป็นเงินสองหมื่นบาทจำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิไถ่ที่ดินที่ขายฝากในกำหนด สัญญาจึงหมดสิทธิฟ้องบังคับขอไถ่ ดังนั้นหากโจทก์ชนะคดี โจทก์ย่อมได้ที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วยเหตุนี้ ที่ดิน ตามสัญญาขายฝากจึงเป็นทรัพย์สินที่พิพาทกันในคดีนี้ เมื่อทรัพย์สินดังกล่าวมีราคาตามสัญญาขายฝากสองหมื่นบาท โดยคู่ความมิได้โต้เถียงกันว่าที่ดินดังกล่าวมีราคาสูงกว่านั้นคดีนี้จึงมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทหาใช่เป็นคดีฟ้องขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงิน ได้ตามที่โจทก์อ้างไม่ เมื่อฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ศาลชั้นต้น สั่งไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุนพ กีรติยุติ · ประมาณ ชันซื่อ · ราเชนทร์ จัมปาสุต
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up