Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57120)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,83,91 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 241 แผ่นที่ 3 ที่ 4)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,83,91และ 332(2) ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,328 เป็นการกระทำความผิด2 กรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 1 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 2 ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวมปรับ 3,000 บาท ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,83,91 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 233)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 235)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 2 แล้ว ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น จำเลยที่ 2ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อโจทก์แม้แต่นายกสมาคมของจำเลยที่ 2 ก็มิได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดด้วยกับจำเลยที่ 1 นั้นเห็นว่า เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2กระทำความผิดหรือไม่ ไม่ใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2ในฐานะเป็นนิติบุคคล จะกระทำความผิดในฐานนี้ได้หรือไม่ดังที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้างในอุทธรณ์คำสั่ง ฎีกาของจำเลยที่ 2ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3190/2535ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามมาเจสติค เจมส์ กับพวกโจทก์นายอนันต์ แสงวัณณ์ กับพวกจำเลยสมาคมเครื่องถมและเครื่องเงินไทย จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2 เป็นนิติบุคคลจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326,83,91 ได้หรือไม่ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ทั้งสองได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 241 แผ่นที่ 3 ที่ 4)โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฟ้องและแก้ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1ที่ 2 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328,83,91และ 332(2)

ฯลฯศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91,328 เป็นการกระทำความผิด2 กรรมต่างกัน ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด จำคุกจำเลยที่ 1 กระทงละ 1 เดือน ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวมจำคุก 2 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 2 ปรับกระทงละ 1,500 บาทรวมปรับ 3,000 บาท ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,83,91 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 233)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 235)คำสั่งพิเคราะห์ฎีกาของจำเลยที่ 2 แล้ว

ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่น จำเลยที่ 2ฎีกาว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดต่อโจทก์แม้แต่นายกสมาคมของจำเลยที่ 2 ก็มิได้กระทำการอย่างหนึ่งอย่างใด จำเลยที่ 2 จึงไม่มีความผิดด้วยกับจำเลยที่ 1 นั้นเห็นว่า เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 2กระทำความผิดหรือไม่ ไม่ใช่ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2ในฐานะเป็นนิติบุคคล จะกระทำความผิดในฐานนี้ได้หรือไม่ดังที่จำเลยที่ 2 กล่าวอ้างในอุทธรณ์คำสั่ง ฎีกาของจำเลยที่ 2ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up