Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57150)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี เกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของผู้ถูกฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะ ยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสองและวรรคสาม เมื่ออุทธรณ์ข้อ 1 ถึงข้อ 3ล้วนเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 4 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่มิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น จึงต้องห้าม ตามมาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองและวรรคสาม มาเป็นเหตุ ไม่รับฎีกาของผู้ร้องไม่ชอบด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณา ส่วนฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชนซึ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของผู้ร้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ เจ้าพนักงานบังคับคดีและทนายโจทก์ ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 30 แผ่นที่ 4, แผ่นที่ 6)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมโดยจำเลยยอม รื้อถอนบ้านตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างและบริวารออกจากที่ดิน ของโจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้โจทก์ ได้เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ปิดประกาศให้จำเลยและบริวารทราบว่าจะทำการรื้อถอนจนกว่าจะเสร็จผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีและทำการไต่สวนคำร้องของ ผู้ร้องต่อไป ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 26)ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งคำร้องของ ผู้ร้องฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2533 ที่อ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ศาลยกเลิกกระบวนวิธีการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี เสียนั้น เป็นกรณีที่ผู้ร้องร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง มิใช่กรณีพิพาทกันตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) จึงมิใช่คดีเกี่ยวกับ การบังคับบริวารของผู้ที่ถูกฟ้องขับไล่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสาม บัญญัติไว้ ผู้ร้องจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3412/2535นายอุดมเดช บุญยรักษ์โจทก์นายสุรัตน์ ศรีศุภชัยยาผู้ร้องนายสมชาย งามอุษาวรรณจำเลยนายสุรัตน์ ศรีศุภชัยยา ผู้ร้องผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248, ม. 296, ม. 296 จัตวาความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้เป็นคดี เกี่ยวกับการบังคับวงศ์ญาติทั้งหลายและบริวารของผู้ถูกฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะ ยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 วรรคสองและวรรคสาม เมื่ออุทธรณ์ข้อ 1 ถึงข้อ 3ล้วนเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ 4 แม้เป็นข้อกฎหมายแต่มิใช่ข้อที่ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น จึงต้องห้าม ตามมาตรา 249 จึงไม่รับฎีกาผู้ร้องเห็นว่า คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองและวรรคสาม มาเป็นเหตุ ไม่รับฎีกาของผู้ร้องไม่ชอบด้วยการดำเนินกระบวนพิจารณา

ส่วนฎีกาข้อ 4 เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ของประชาชนซึ่งยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกา ของผู้ร้องไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ เจ้าพนักงานบังคับคดีและทนายโจทก์ ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 30 แผ่นที่ 4, แผ่นที่ 6)คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมโดยจำเลยยอม รื้อถอนบ้านตามฟ้องพร้อมสิ่งปลูกสร้างและบริวารออกจากที่ดิน ของโจทก์ ต่อมาจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา ศาลชั้นต้นจึงออกหมายบังคับคดีแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีจัดการให้โจทก์ ได้เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าว และเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ ปิดประกาศให้จำเลยและบริวารทราบว่าจะทำการรื้อถอนจนกว่าจะเสร็จผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีงดการบังคับคดีและทำการไต่สวนคำร้องของ

ผู้ร้องต่อไป ศาลชั้นต้น มีคำสั่งยกคำร้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 26)ผู้ร้องยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 24)คำสั่งคำร้องของ ผู้ร้องฉบับลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2533 ที่อ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดี ดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ศาลยกเลิกกระบวนวิธีการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี เสียนั้น เป็นกรณีที่ผู้ร้องร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง มิใช่กรณีพิพาทกันตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จัตวา (3) จึงมิใช่คดีเกี่ยวกับ การบังคับบริวารของผู้ที่ถูกฟ้องขับไล่ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสาม บัญญัติไว้ ผู้ร้องจึงไม่ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาของผู้ร้องไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สุนพ กีรติยุติ · เจริญ นิลเอสงฆ์ · มงคล สระฏัน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2750/2540

ตามคำฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย คู่ความรับกันข้อเท็จจริงฟังได้ว่าที่ดินและบ้านของจำเลยถูกบังคับคดีโดยนำออกขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโจทก์เป็นผู้ซื้อที่ดินและบ้านของจำเลยจากการขายทอดตลาดดังกล่าวโดยมีคำโต้แย…

Supreme Court Judgment No. 1980/2539

การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดทรัพย์พิพาทซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างโจทก์กับศ.จำเลยในคดีแพ่งเรื่องอื่นออกขายทอดตลาดโจทก์จึงเป็นบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดีแต่โจทก์มิได้ยื่นคำขอให้เพิกถอนการข…

Supreme Court Judgment No. 2191/2523

ปัญหาว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีจะยึดทรัพย์ได้หรือไม่นั้นแม้ทรัพย์สินในคดีที่พิพาทราคาไม่เกิน 50,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นก็ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงจำเลยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังค…

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 1765/2567

แม้ในคดีก่อนศาลพิพากษาให้รื้อถอนกำแพงคอนกรีตอิฐบล็อกที่ปิดทางภาระจำยอมออก มิได้ระบุให้รื้อถอนหลังคาคอนกรีตเสริมเหล็กและเสาปูนด้วย แต่ก่อนทำการรื้อถอนเจ้าพนักงานบังคับคดีมีหนังสือแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลช…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up