Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2535 (ref. 57200)

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลไม่รับรองให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่มีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาข้อเท็จจริงเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 200)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 19,800 บาท และค่าเสียหาย เป็นค่าขาดรายได้อีกปีละ 1,400 บาทแก่โจทก์ จนกว่าจำเลย และบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาทศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย เป็นเงิน 18,000 บาทให้แก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 194)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 196)คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 27527 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยจดทะเบียนซื้อมาเมื่อปี 2526 นางระเบียบ เจ้าของเดิมเป็นผู้ขอออกโฉนดเมื่อปี 2518 โดยแยกมาจาก น.ส.3 เลขที่ 722/355 ซึ่งแบ่งแยกมาจาก น.ส.3 เลขที่ 355 ในการออก น.ส.3 การแบ่งแยก น.ส.3 หรือการออกโฉนดดังกล่าวโจทก์ไม่เคยโต้แย้ง คัดค้านทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าขณะนี้ได้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดิน ดังกล่าว ส่วนพยานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ โจทก์ฎีกาสรุปได้ว่า จำเลยเบิกความเลื่อนลอยไม่มีเหตุผล เชื่อไม่ได้ พยานจำเลยนำสืบมาก็มีพิรุธเชื่อไม่ได้ว่า นางระเบียบได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การออกโฉนดที่ดินดังกล่าวนางระเบียบจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินจำเลยผู้รับโอนที่ดินพิพาทต่อมาจึงไม่มีสิทธิในที่ดิน เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 18,000 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงฎีกาว่ามีสิทธิครอบครอง ที่พิพาทได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคแรก นั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนในเรื่องที่ว่าที่พิพาท เป็นของจำเลย ซึ่งมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง บทกฎหมายมาตราที่โจทก์อ้างมิใช่ เกี่ยวกับในเรื่องฎีกา ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 3695/2535นายแสง หลงทะเลโจทก์นายชาญ จรรโลงเศวตกุลจำเลยนายแสง หลงทะเล โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 142, ม. 248, ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลไม่รับรองให้ฎีกา จึงไม่รับฎีกาโจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นฎีกาที่มีทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาข้อเท็จจริงเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 200)โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ให้จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท ห้ามยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 19,800 บาท และค่าเสียหาย เป็นค่าขาดรายได้อีกปีละ 1,400 บาทแก่โจทก์ จนกว่าจำเลย และบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาทศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย เป็นเงิน 18,000 บาทให้แก่โจทก์

นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตาม คำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา (อันดับ 194)โจทก์ยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 196)คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดเลขที่ 27527 มีชื่อจำเลยเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์โดยจดทะเบียนซื้อมาเมื่อปี 2526 นางระเบียบ เจ้าของเดิมเป็นผู้ขอออกโฉนดเมื่อปี 2518 โดยแยกมาจาก น.ส.3 เลขที่ 722/355 ซึ่งแบ่งแยกมาจาก น.ส.3 เลขที่ 355 ในการออก น.ส.3 การแบ่งแยก น.ส.3 หรือการออกโฉนดดังกล่าวโจทก์ไม่เคยโต้แย้ง คัดค้านทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่าขณะนี้ได้มีการเพิกถอนโฉนดที่ดิน ดังกล่าว ส่วนพยานของโจทก์ฟังไม่ได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์

โจทก์ฎีกาสรุปได้ว่า จำเลยเบิกความเลื่อนลอยไม่มีเหตุผล เชื่อไม่ได้ พยานจำเลยนำสืบมาก็มีพิรุธเชื่อไม่ได้ว่า นางระเบียบได้ขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การออกโฉนดที่ดินดังกล่าวนางระเบียบจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินจำเลยผู้รับโอนที่ดินพิพาทต่อมาจึงไม่มีสิทธิในที่ดิน เห็นว่า ฎีกาของโจทก์เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการวินิจฉัยพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 เพื่อให้ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเป็นอย่างอื่นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมตาม พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง(ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2534 มาตรา 18ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลย ใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 18,000 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จึงฎีกาว่ามีสิทธิครอบครอง ที่พิพาทได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคแรก นั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืนในเรื่องที่ว่าที่พิพาท เป็นของจำเลย ซึ่งมีทุนทรัพย์ไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง บทกฎหมายมาตราที่โจทก์อ้างมิใช่ เกี่ยวกับในเรื่องฎีกา ซึ่งไม่เกี่ยวกับปัญหาความสงบเรียบร้อย ของประชาชน ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Supreme Court Judgment No. 954/2548

ศาลชั้นต้นกำหนดเป็นประเด็นข้อพิพาทไว้ แต่ศาลชั้นต้นไม่ได้วินิจฉัยให้ เนื่องจากไม่มีประเด็นเกี่ยวกับการแย่งการครอบครอง ในชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2 ให้การและนำสืบว่าที่ดินพิพาทเป็นของ…

Supreme Court Judgment No. 1432/2546

โจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ต่างฟ้องขอบังคับให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกจ้าง กับจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลยที่ 1ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up