Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57292)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องที่ศาลพิจารณาพิพากษาโดยไม่รับฟังพยานทั้งสองฝ่ายแต่กลับไปรับฟังพยานหลักฐานฝ่ายเดียวในการปรับข้อเท็จจริงลงโทษจำเลยที่ 2 จึงเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 121)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,357 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นควรวางโทษลดหลั่นกันโดยให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 120)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2มิได้เป็นตัวการร่วมทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เพราะโจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ทำผิดก็ดี ศาลมิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ที่ว่าไม่รู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำผิดก็ดี และว่าศาลใช้ดุลพินิจในความรู้สึกไม่ได้ใช้ดุลพินิจของพยานหลักฐานลงโทษจำเลยที่ 2 ก็ดี เป็นฎีกาในเรื่องดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 145/2533พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นางสาวทิพวรรณ ยอดสวัสดิ์ กับพวกจำเลยนายวิชาญ เพชรจำนงค์ ทนายจำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2 เห็นว่า จำเลยที่ 2 ได้ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องที่ศาลพิจารณาพิพากษาโดยไม่รับฟังพยานทั้งสองฝ่ายแต่กลับไปรับฟังพยานหลักฐานฝ่ายเดียวในการปรับข้อเท็จจริงลงโทษจำเลยที่ 2 จึงเป็นการขัดกับประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยควรที่ศาลฎีกาจะได้วินิจฉัยโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ด้วยหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 121)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83,357 พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นควรวางโทษลดหลั่นกันโดยให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 120)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 121)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 3 ปี ฎีกาของจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2มิได้เป็นตัวการร่วมทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 เพราะโจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยที่ 2 ทำผิดก็ดี ศาลมิได้หยิบยกคำเบิกความของจำเลยที่ 2 ที่ว่าไม่รู้ว่าทรัพย์นั้นได้มาโดยการกระทำผิดก็ดี และว่าศาลใช้ดุลพินิจในความรู้สึกไม่ได้ใช้ดุลพินิจของพยานหลักฐานลงโทษจำเลยที่ 2 ก็ดี เป็นฎีกาในเรื่องดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สุเทพ กิจสวัสดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · พินิจ ฉิมพาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up