Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57339)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เรือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำประมงของจำเลยเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490จำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่มีความผิด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4,5,32,60,65,69,70,71 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งเจ็ดให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 38)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ถึง 7 ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาและคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ถึง 7 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยคำร้องของจำเลยที่ 1 ถึง 3 ซึ่งฎีกาว่าเรือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประมงของจำเลยที่ 1 ถึง 3 เข้าข้อยกเว้นตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดทำการประมงในฤดูปลาที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกในท้องที่บางแห่งภายในระยะเวลาที่กำหนด (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2531 จำเลยที่ 1 ถึง 3 จึงไม่มีความผิด นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคำให้การรับสารภาพตามฟ้องของจำเลยที่ 1ถึง 3 เป็นการโต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึง 3 ไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึง 3 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 242/2533พนักงานอัยการจังหวัดชุมพรโจทก์นายนพดล นนทรีย์ กับพวกจำเลยนายนพดล นนทรีย์ กับพวก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ต้องห้ามฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า เรือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำประมงของจำเลยเข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490จำเลยทั้งเจ็ดจึงไม่มีความผิด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งเจ็ดไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 43)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งเจ็ดมีความผิดตามพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2490 มาตรา 4,5,32,60,65,69,70,71 ฯลฯประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 4 เดือน จำเลยทั้งเจ็ดให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ 2 เดือน ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 38)จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 43)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปรากฏว่าจำเลยที่ 4 ถึง 7 ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาและคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับฎีกา ศาลฎีกามีคำสั่งอนุญาตและจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ถึง 7 คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยคำร้องของจำเลยที่ 1 ถึง 3 ซึ่งฎีกาว่าเรือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการประมงของจำเลยที่ 1 ถึง 3 เข้าข้อยกเว้นตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดห้ามใช้เครื่องมือทำการประมงบางชนิดทำการประมงในฤดูปลาที่มีไข่และวางไข่เลี้ยงลูกในท้องที่บางแห่งภายในระยะเวลาที่กำหนด (ฉบับที่ 2)พ.ศ. 2531 จำเลยที่ 1 ถึง 3 จึงไม่มีความผิด นั้น เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงไม่ตรงกับคำให้การรับสารภาพตามฟ้องของจำเลยที่ 1ถึง 3 เป็นการโต้แย้งในปัญหาข้อเท็จจริงในคดีซึ่งผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึง 3 ไม่เกินห้าปี ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ถึง 3 ชอบแล้วให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up