Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57342)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้มีแต่เฉพาะข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว หากแต่มีปัญหาข้อกฎหมายรวมอยู่ด้วย ซึ่งปัญหามีอยู่ว่ากระดาษจดหมายเลขสลากกินรวบที่โจทก์ได้แนบมาท้ายฟ้องนั้นมีลักษณะเป็นใบโพยอันจะเป็นความผิดฐานเล่นการพนันสลากกินรวบหรือไม่และจะรับฟังลงโทษจำเลยได้เพียงใดหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะมิได้หยิบยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่ก็เป็นปัญหาสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพอันควรขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา นอกจากนี้กรณียังมีเหตุอันควรที่ศาลจะรอการลงโทษให้แก่จำเลยเป็นอย่างยิ่งโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 27)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 เดือน โดยไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ และไม่ต้องจ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 26)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก2 เดือน ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามจำเลยที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 245/2533พนักงานอัยการประจำศาลแขวงนครราชสีมาโจทก์นางรัชนี นารถภักดีจำเลยนางรัชนี นารถภักดี จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยเป็นข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยมิได้มีแต่เฉพาะข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว หากแต่มีปัญหาข้อกฎหมายรวมอยู่ด้วย ซึ่งปัญหามีอยู่ว่ากระดาษจดหมายเลขสลากกินรวบที่โจทก์ได้แนบมาท้ายฟ้องนั้นมีลักษณะเป็นใบโพยอันจะเป็นความผิดฐานเล่นการพนันสลากกินรวบหรือไม่และจะรับฟังลงโทษจำเลยได้เพียงใดหรือไม่ ปัญหาเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะมิได้หยิบยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม แต่ก็เป็นปัญหาสำคัญต่อสิทธิเสรีภาพอันควรขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกา นอกจากนี้กรณียังมีเหตุอันควรที่ศาลจะรอการลงโทษให้แก่จำเลยเป็นอย่างยิ่งโปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 27)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5,6,10,12,15 จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 3 เดือน และปรับ 2,500 บาท โทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปีศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งแล้วคงจำคุก 2 เดือน โดยไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ และไม่ต้องจ่ายสินบนนำจับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 26)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 27)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าคดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 ให้จำคุก 3 เดือน ปรับ 2,500 บาทโทษจำคุกให้รอไว้ 2 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุก2 เดือน ไม่ปรับ ไม่รอการลงโทษ เป็นการแก้ไขมากและเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลย จึงไม่ต้องห้ามจำเลยที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 มาตรา 12จึงให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาฎีกาให้โจทก์แก้ภายในกำหนด 15 วัน นับแต่วันรับ

Matter details

Panel of judges
โสภณ จันเทรมะ · นาม ยิ้มแย้ม · ไพฑูรย์ เนติโพธิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

Supreme Court Judgment No. 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

Supreme Court Judgment No. 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

Supreme Court Judgment No. 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

Supreme Court Judgment No. 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up