Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57479)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 142)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ จำคุกคนละ 6 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสาม ประกอบมาตรา336 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 138)จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 142)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2ถึงที่ 5 คนละ 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกาว่า ปลาคดีนี้เป็นปลาที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จับได้ในบึงสีไฟซึ่งเป็นบึงสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปมีสิทธิที่จะจับเอาไปได้ และบึงดังกล่าวมิได้อยู่ในความครอบครองดูแลของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพิจิตร การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงไม่เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริตนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ได้ร่วมกันลักปลาคดีนี้ของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพิจิตรไปฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 775/2533พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นายนอง โกปั้น กับพวกจำเลยเรือตรีพายัพ ผะอบเหล็ก ทนายจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5เป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของ จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 142)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335,336 ทวิ จำคุกคนละ 6 ปี คำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นประโยชน์แก่การ พิจารณาลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุกคนละ 4 ปี ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(1)(7)(8) วรรคสาม ประกอบมาตรา336 ทวิ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว(อันดับ 138)จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 142)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2ถึงที่ 5 คนละ 4 ปี

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกาว่า ปลาคดีนี้เป็นปลาที่จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จับได้ในบึงสีไฟซึ่งเป็นบึงสาธารณะที่ประชาชนทั่วไปมีสิทธิที่จะจับเอาไปได้ และบึงดังกล่าวมิได้อยู่ในความครอบครองดูแลของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพิจิตร การกระทำของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงไม่เป็นการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริตนั้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยว่า จำเลยที่ 2ถึงที่ 5 ได้ร่วมกันลักปลาคดีนี้ของสถานีประมงน้ำจืดจังหวัดพิจิตรไปฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 จึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงเป็นฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายข้างต้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ประศาสน์ ธำรงกาญจน์ · ถาวร ตันตราภรณ์ · วินัย กันนะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up