Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57581)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา หากให้โจทก์บังคับคดีในระหว่างนี้จำเลยจะได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 72)กรณีสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ขอเลื่อนคดีต่อศาลหลายครั้งครั้งสุดท้ายได้โทรศัพท์แจ้งต่อศาลตอนเข้าขอเลื่อนคดีอ้างว่ารถยนต์ขัดข้อง ศาลชั้นต้นรอจนถึงบ่ายทั้งทนายและจำเลยที่ 1 ซึ่งจะมาเบิกความต่อศาลก็ยังไม่มา แต่ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 แถลงต่อศาลว่ายังติดใจสืบจำเลยที่ 1 ทั้งนี้แล้วแต่ศาลจะพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งโดยถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ติดใจสืบพยานเนื่องจากจำเลยทั้งสามได้แถลงไว้ในนัดที่แล้วว่าหากนัดนี้ไม่มีพยานมาก็ให้ถือว่าไม่ติดใจสืบ คดีเสร็จการพิจารณาให้นัดฟังคำพิพากษา ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและคำสั่งงดสืบพยานจำเลยโดยอ้างเหตุว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้โจทก์สำหรับหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน 4,885,994.05 บาท กับดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2530เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น หนี้ดังกล่าวนี้ให้จำเลยที่ 2รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน 3,450,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 เมษายน2528 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2530 และดอกเบี้ยไม่ทบต้นอัตราร้อยละ15 ต่อปี ในต้นเงิน 3,450,000 บาท ซึ่งรวมดอกเบี้ยทบต้นดังกล่าวเข้าด้วยแล้ว นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นถ้าจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ชำระหนี้ดังกล่าวให้ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์ที่จำนองประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีตามฟ้องออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ต่อไป จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน แต่จะบังคับทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ได้เพียงไม่เกินจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมด้วยดังกล่าวแล้วเท่านั้น สำหรับหนี้เงินกู้ให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้โจทก์จำนวน 10,019,347.13 บาท กับดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละ15 ต่อปี ของต้นเงิน 8,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น หนี้ส่วนนี้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ชำระเงิน 2,000,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นและให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายภูษิตปาลวัฒน์กับจำเลยที่3ในฐานะทายาทของนายวิศิษฐ์วะศินรัตน์ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1(ในฐานะส่วนตัว) ชำระหนี้เงินกู้เป็นเงิน 6,000,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 6,000,000 บาท นับแต่วันที่ 12 กันยายน 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น แต่ในส่วนหนี้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายภูษิตปาลวัฒน์ และจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายวิศิษฐ์วะศินรัตน์ ที่ตกได้แก่จำเลยที่ 3 ถ้าจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามส่วนความรับผิดดังกล่าวให้ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ที่จำนองประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระหนี้ให้บังคับทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามต่อไป จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน แต่จะบังคับทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ได้เพียงเท่าหนี้ที่จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดดังกล่าวจำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี คำสั่งงดสืบพยานจำเลยและคำสั่งที่ให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 69,67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เมื่อพิจารณาราคาทรัพย์สินที่จำนองประกอบแล้วถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยคิดถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปีหรือถ้าจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินส่วนที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้จำเลยทั้งสามหรือจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 แล้วแต่กรณีทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 923/2533ธนาคารกรุงเทพ จำกัดโจทก์นายเสนี่ย ปาลวัฒน์ฯ กับพวกจำเลยนายเสนี่ย ปาลวัฒน์ฯ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางอัมพร ปาลวัฒน์ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนางสมคิด วะศินรัตน์ฯ ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามฎีกา หากให้โจทก์บังคับคดีในระหว่างนี้จำเลยจะได้รับความเสียหาย โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ โจทก์แถลงคัดค้าน (อันดับ 72)กรณีสืบเนื่องจากจำเลยที่ 1 ขอเลื่อนคดีต่อศาลหลายครั้งครั้งสุดท้ายได้โทรศัพท์แจ้งต่อศาลตอนเข้าขอเลื่อนคดีอ้างว่ารถยนต์ขัดข้อง ศาลชั้นต้นรอจนถึงบ่ายทั้งทนายและจำเลยที่ 1 ซึ่งจะมาเบิกความต่อศาลก็ยังไม่มา แต่ทนายจำเลยที่ 2 ที่ 3 แถลงต่อศาลว่ายังติดใจสืบจำเลยที่ 1 ทั้งนี้แล้วแต่ศาลจะพิจารณา ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วจึงมีคำสั่งโดยถือว่าจำเลยทั้งสามไม่ติดใจสืบพยานเนื่องจากจำเลยทั้งสามได้แถลงไว้ในนัดที่แล้วว่าหากนัดนี้ไม่มีพยานมาก็ให้ถือว่าไม่ติดใจสืบ คดีเสร็จการพิจารณาให้นัดฟังคำพิพากษา

ก่อนศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยทั้งสามยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและคำสั่งงดสืบพยานจำเลยโดยอ้างเหตุว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เป็นกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วสั่งยกคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้โจทก์สำหรับหนี้เบิกเงินเกินบัญชีเป็นเงิน 4,885,994.05 บาท กับดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2530เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น หนี้ดังกล่าวนี้ให้จำเลยที่ 2รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระหนี้โจทก์เป็นเงิน 3,450,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยทบต้นอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 13 เมษายน2528 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2530 และดอกเบี้ยไม่ทบต้นอัตราร้อยละ15 ต่อปี ในต้นเงิน 3,450,000 บาท ซึ่งรวมดอกเบี้ยทบต้นดังกล่าวเข้าด้วยแล้ว

นับแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นถ้าจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ไม่ชำระหนี้ดังกล่าวให้ครบถ้วนให้ยึดทรัพย์ที่จำนองประกันหนี้เบิกเงินเกินบัญชีตามฟ้องออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอชำระให้บังคับจากทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ต่อไป จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน แต่จะบังคับทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ได้เพียงไม่เกินจำนวนหนี้ที่จำเลยที่ 2 ต้องรับผิดร่วมด้วยดังกล่าวแล้วเท่านั้น สำหรับหนี้เงินกู้ให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้โจทก์จำนวน 10,019,347.13 บาท กับดอกเบี้ยไม่ทบต้นร้อยละ15 ต่อปี ของต้นเงิน 8,000,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น หนี้ส่วนนี้ให้จำเลยที่ 2 รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1ชำระเงิน 2,000,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,000,000 บาท

นับแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2527 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้นและให้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายภูษิตปาลวัฒน์กับจำเลยที่3ในฐานะทายาทของนายวิศิษฐ์วะศินรัตน์ รับผิดร่วมกับจำเลยที่ 1(ในฐานะส่วนตัว) ชำระหนี้เงินกู้เป็นเงิน 6,000,000 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 6,000,000 บาท นับแต่วันที่ 12 กันยายน 2529 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จสิ้น แต่ในส่วนหนี้จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายภูษิตปาลวัฒน์ และจำเลยที่ 3 ไม่ต้องรับผิดเกินกว่าทรัพย์มรดกของนายวิศิษฐ์วะศินรัตน์ ที่ตกได้แก่จำเลยที่ 3 ถ้าจำเลยทั้งสามไม่ชำระหนี้ตามส่วนความรับผิดดังกล่าวให้ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์จำเลยที่ 1จำเลยที่ 2 ที่จำนองประกันหนี้เงินกู้ตามฟ้องออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์

หากไม่พอชำระหนี้ให้บังคับทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสามต่อไป จนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วน แต่จะบังคับทรัพย์สินอื่นที่ไม่ใช่ทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ได้เพียงเท่าหนี้ที่จำเลยที่ 2 จะต้องร่วมรับผิดดังกล่าวจำเลยทั้งสามอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดี คำสั่งงดสืบพยานจำเลยและคำสั่งที่ให้ยกคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 69,67)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว เมื่อพิจารณาราคาทรัพย์สินที่จำนองประกอบแล้วถ้าจำเลยที่ 1 หาประกันสำหรับจำนวนเงินที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมด้วยดอกเบี้ยคิดถึงวันฟังคำสั่งนี้และต่อไปอีก 2 ปีหรือถ้าจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 หาประกันสำหรับจำนวนเงินส่วนที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์พร้อมดอกเบี้ยคิดถึงวันทราบคำสั่งนี้ และต่อไปอีก 2 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้จำเลยทั้งสามหรือจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 3 แล้วแต่กรณีทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
อุดม มั่งมีดี · พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2559 (ref. 599340)

เมื่อศาลแรงงานกลางมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 52 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ทั้งสองจึงเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายและคำพิพากษาของศาลแรงงา…

Supreme Court Judgment No. 3274/2559

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ของจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและเป็นผู้ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดเงินฝากธนาคารของจำเลย การที่จำเลยได้หาประกันมาให้สำหรับเงินจำนวนพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 วรรคส…

Supreme Court Judgment No. 2676/2559

คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 เกี่ยวกับเรื่องการขอขยายเวลาหาประกันมาวางตามเงื่อนไขที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 อนุญาตให้มีการทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 นั้น เป็นเรื่องต่อเนื่องกับการขอทุเ…

Supreme Court Judgment No. 6798/2558

ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับอยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 2 โดยเฉพาะ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 2 จะอ…

Supreme Court Judgment No. 18532/2555

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งให้จำเลยนำค่าเสียหายที่ต้องชำระให้แก่โจทก์ทั้งห้าตามคำพิพากษามาวางศาลนั้น มีความหมายชัดแจ้งอยู่ในตัวแล้วว่า ให้จำเลยนำเงินค่าเสียหายมาวางต่อศาล การที่จำเลยนำสลากออมสินพิเศษซึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up