Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57610)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 แก้ไข (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือ ในข้อ 2.1 และ 2.2 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนี้ว่าข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายก่อนหน้านั้นแล้วร้อยตำรวจเอกประสิทธิ์เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุภายหลังจึงไม่เห็นผู้เสียหายถูกทำร้าย และที่วินิจฉัยว่าร้านศิริโภชนาเป็นร้านอาหารย่อมต้องมีแสงสว่างเพียงพอให้ผู้เสียหายเห็นและจำหน้าจำเลยได้นั้นเป็นการวินิจฉัยคดีโดยรับฟังพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงนอกสำนวนที่โจทก์มิได้นำสืบไว้ซึ่งเป็นผลร้ายแก่จำเลย จึงไม่ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาความอาญาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ส่วนในข้อ 2.3 เมื่อคำเบิกความของผู้เสียหายไม่มีเหตุผลอันควรจะรับฟังและเป็นการปรักปรำจำเลย อีกทั้งประจักษ์พยานโจทก์ให้การแตกต่างกันในข้อสำคัญแห่งคดี ศาลต้องยกประโยชน์แห่ง ความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227วรรคสอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา พิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,83 ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 53) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55) คำสั่ง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโดยวินิจฉัยว่าร้านศิริโภชนา (สถานที่เกิดเหตุ) เป็นร้านอาหารย่อมต้องมีแสงสว่างเพียงพอให้ผู้เสียหายเห็นและจำจำเลยได้ เป็นการวินิจฉัยคดีโดยรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวน เพราะโจทก์มิได้นำสืบไว้นั้น เห็นว่าคดีนี้แม้โจทก์จะมิได้นำสืบถึงแสงสว่างในที่เกิดเหตุไว้โดยตรงก็ตาม แต่การที่เหตุเกิดขึ้นในร้านอาหารในขณะที่มีการขายอาหารในเวลากลางคืนตามทางนำสืบของโจทก์ ก็เท่ากับโจทก์นำสืบถึงแสงสว่างในที่เกิดเหตุแล้ว ดังนี้ศาลอุทธรณ์ จึงหาได้ วินิจฉัยถึงข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังที่จำเลยฎีกาไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของผู้เสียหายไม่มีเหตุผล เป็นการปรักปรำจำเลยและแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยกล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่ควรรับฟังนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาโต้แย้ง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1006/2533พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรีโจทก์นายเลื่อน ปิ่นทองจำเลยนายปรีชา เจนธนวิจิตร ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 227, ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 แก้ไข (ฉบับที่ 17) พ.ศ. 2532 จึงไม่รับ จำเลยเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทุกข้อเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายกล่าวคือ ในข้อ 2.1 และ 2.2 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีนี้ว่าข้อเท็จจริงน่าเชื่อว่าผู้เสียหายถูกทำร้ายก่อนหน้านั้นแล้วร้อยตำรวจเอกประสิทธิ์เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุภายหลังจึงไม่เห็นผู้เสียหายถูกทำร้าย และที่วินิจฉัยว่าร้านศิริโภชนาเป็นร้านอาหารย่อมต้องมีแสงสว่างเพียงพอให้ผู้เสียหายเห็นและจำหน้าจำเลยได้นั้นเป็นการวินิจฉัยคดีโดยรับฟังพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงนอกสำนวนที่โจทก์มิได้นำสืบไว้ซึ่งเป็นผลร้ายแก่จำเลย จึงไม่ชอบด้วยกระบวนวิธีพิจารณาความอาญาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ส่วนในข้อ 2.3 เมื่อคำเบิกความของผู้เสียหายไม่มีเหตุผลอันควรจะรับฟังและเป็นการปรักปรำจำเลย อีกทั้งประจักษ์พยานโจทก์ให้การแตกต่างกันในข้อสำคัญแห่งคดี ศาลต้องยกประโยชน์แห่ง ความสงสัยให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227วรรคสอง โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณา พิพากษาต่อไป หมายเหตุ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297,83 ลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 53) ทนายจำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 55) คำสั่ง ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว

ที่จำเลยฎีกาว่าศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงนอกสำนวนโดยวินิจฉัยว่าร้านศิริโภชนา (สถานที่เกิดเหตุ) เป็นร้านอาหารย่อมต้องมีแสงสว่างเพียงพอให้ผู้เสียหายเห็นและจำจำเลยได้ เป็นการวินิจฉัยคดีโดยรับฟังพยานหลักฐานนอกสำนวน เพราะโจทก์มิได้นำสืบไว้นั้น เห็นว่าคดีนี้แม้โจทก์จะมิได้นำสืบถึงแสงสว่างในที่เกิดเหตุไว้โดยตรงก็ตาม แต่การที่เหตุเกิดขึ้นในร้านอาหารในขณะที่มีการขายอาหารในเวลากลางคืนตามทางนำสืบของโจทก์ ก็เท่ากับโจทก์นำสืบถึงแสงสว่างในที่เกิดเหตุแล้ว ดังนี้ศาลอุทธรณ์ จึงหาได้ วินิจฉัยถึงข้อเท็จจริงนอกสำนวนดังที่จำเลยฎีกาไม่ ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า คำเบิกความของผู้เสียหายไม่มีเหตุผล เป็นการปรักปรำจำเลยและแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยกล่าวอีกนัยหนึ่ง ไม่ควรรับฟังนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นฎีกาโต้แย้ง ดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เดชา สุวรรณโณ · เธียร ยูงทอง · อัมพร เดชศิริ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5346/2550

ข้อหาความผิดฐานมีและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาตและไม่มีเหตุสมควร ซึ่งศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยเพราะต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219…

Supreme Court Judgment No. 2381/2537

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยข้อหาความผิดฐานมีอาวุธปืนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้บทที่ลงโทษจากพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯมาตรา 72 วรรคหนึ่ง เป็นมาตรา 72 วรรคสาม และแก้โทษจากจำคุก2 ปี เป็นจำคุก 1 ปี เป็นการแก้ไขมาก…

Supreme Court Judgment No. 246/2536

จำเลยใช้อาวุธมีดจี้บังคับผู้เสียหายเข้าไปในรถยนต์ตู้แล้วผลักผู้เสียหายให้นอนหงายอยู่บนพื้นรถ เอาสก๊อตซ์เทปปิดปากและปิดตา ผู้เสียหายดิ้นใช้มือดึงสก๊อตซ์เทปที่ปิดตาออกและสก๊อตซ์เทปที่ปิดปากหลุดเอง ผู้เส…

Supreme Court Judgment, B.E. 2502 (ref. 64328)

ศาลชั้นต้นกล่าวว่า 'คดีโจทก์ไม่มีมูลพอ' นั้นเท่ากับว่าคดีโจทก์ไม่มีมูลพอที่ศาลจะรับไว้พิจารณาจึงไม่มีข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยแต่อย่างใดการฟังหรือไม่ฟังข้อเท็จจริงใดอยู่ในอำนาจของศาลที่จะ พิจารณาชี้ขาด…

Supreme Court Judgment No. 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up