Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57698)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 4 ปี 1 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกเป็นการแก้ไขบทมาตราที่ใช้ในการลงโทษ และโทษที่จะลงแก่จำเลยอีกด้วย ถือว่าเป็นการแก้ไขมาก จำเลยจึงมีสิทธิที่จะฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 155) แต่โจทก์ร่วมทั้งสี่ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณา นายเยื้อง สระหงษ์ทอง กับพวกรวม 4 คนผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343,91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511มาตรา 4,7,27,28 ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 151)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 155)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343,91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2511 มาตรา 4,7,27,28ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก เป็นการแก้มากข้อหาฐานฉ้อโกง ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงให้รับฎีกาข้อเท็จจริงของจำเลยด้วยแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1100/2533พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายเยื้อง สระหงษ์ทอง กับพวกโจทก์นายบุญธรรม ผิวอ่อนดีจำเลยนายสมภพ พวงจินดา ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218, ม. 224ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ฎีกาจำเลยเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 343 จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือนรวมจำคุก 4 ปี 1 เดือน แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นลงโทษฐานฉ้อโกงตามมาตรา 341 จำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกเป็นการแก้ไขบทมาตราที่ใช้ในการลงโทษ และโทษที่จะลงแก่จำเลยอีกด้วย ถือว่าเป็นการแก้ไขมาก จำเลยจึงมีสิทธิที่จะฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 155) แต่โจทก์ร่วมทั้งสี่ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องระหว่างพิจารณา

นายเยื้อง สระหงษ์ทอง กับพวกรวม 4 คนผู้เสียหาย ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343,91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางานพ.ศ. 2511มาตรา 4,7,27,28 ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก1 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยกจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 151)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 155)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341,343,91 พระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. 2511 มาตรา 4,7,27,28ลงโทษฐานฉ้อโกงประชาชน จำคุก 4 ปี ฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 4 ปี 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 341 ลงโทษจำคุก 2 ปี ข้อหาอื่นให้ยก เป็นการแก้มากข้อหาฐานฉ้อโกง ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงให้รับฎีกาข้อเท็จจริงของจำเลยด้วยแล้วให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
อากาศ บำรุงชีพ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 1638/2561

จำเลยยื่นคำฟ้องฎีกาพร้อมคำร้องขอให้ผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 3 อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกา ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งในคำฟ้องฎีกาว่า…

Supreme Court Judgment No. 9888/2558

จำเลยยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2558 ต่อมาวันที่ 16 มีนาคม 2558 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยข้อ 2.4 ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 22…

Supreme Court Judgment No. 5559/2556

คดีนี้จำเลยที่ 1 ยื่นฎีกาเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2553 ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2555 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งจำเลยที่ 1 อาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up