Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57735)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาสองฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 14พฤษภาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกเฉพาะคำขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสามคนละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ ฉบับที่สองลงวันที่ 17พฤษภาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงอันนำไปสู่ข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามฎีกาตามเหตุผลที่ปรากฏในฎีกาของจำเลยทั้งสามฉบับลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2533 ไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาฉบับที่สองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 108) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7),83 จำคุกคนละ 4 ปี ริบเครื่องมือแก้เครื่องยนต์ของกลางกับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำนวน 5,000 บาทแก่ผู้เสียหายให้ยกฟ้องในความผิดฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนอีก 5,000 บาทแก่ผู้เสียหายนั้นให้ยก นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาสองฉบับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาทั้งสองฉบับดังกล่าว (อันดับ 105,106) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลย ทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามไม่ได้เป็นคนร้ายตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษา และจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า เห็นจำเลยทั้งสาม กำลังถอดเครื่องยนต์ จึงเข้าทำการจับกุม การกระทำดังกล่าวยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ หากจะเป็นความผิดก็เป็นเพียงฐานพยายามกระทำความผิด ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานตำรวจพบจำเลยทั้งสามอยู่บนเรือ และชิ้นส่วนของเรืออันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันลักอยู่ด้วย จำเลยทั้งสามมีพฤติการณ์เชื่อได้ว่าเป็น คนร้ายร่วมกันลักทรัพย์ดังกล่าว หาได้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสาม เพียงแต่กำลังถอดเครื่องยนต์โดยยังมิได้ลักทรัพย์อย่างอื่นดังที่ จำเลยทั้งสามเข้าใจและฎีกาขึ้นมาไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสาม ทั้งหมดจึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1142/2533พนักงานอัยการจังหวัดพังงาโจทก์นายหมาดเรบ กุเหล่ กับพวกจำเลยนายหมาดเรบ กุเหล่ ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายสัน กุเหล่ ที่ 2ผู้ยื่นคำร้องนายยะโกบ กุเหล่ ที่ 3 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาสองฉบับ ฉบับแรกลงวันที่ 14พฤษภาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกเฉพาะคำขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ จึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และศาลอุทธรณ์ยังคงพิพากษาจำคุกจำเลยทั้งสามคนละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่รับ ฉบับที่สองลงวันที่ 17พฤษภาคม 2533 ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของจำเลยทั้งสามเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงอันนำไปสู่ข้อกฎหมาย จึงต้องห้ามฎีกาตามเหตุผลที่ปรากฏในฎีกาของจำเลยทั้งสามฉบับลงวันที่ 14 พฤษภาคม 2533 ไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสามเห็นว่า ฎีกาฉบับที่สองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายและเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนจึงไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสามไว้พิจารณาพิพากษาต่อไป

หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 108) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335(7),83 จำคุกคนละ 4 ปี ริบเครื่องมือแก้เครื่องยนต์ของกลางกับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำนวน 5,000 บาทแก่ผู้เสียหายให้ยกฟ้องในความผิดฐานรับของโจร ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า คำขอโจทก์ที่ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนอีก 5,000 บาทแก่ผู้เสียหายนั้นให้ยก นอกจากที่แก้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยทั้งสามยื่นฎีกาสองฉบับ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาทั้งสองฉบับดังกล่าว (อันดับ 105,106) จำเลยทั้งสามจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 108) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 3

Result

พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย คู่ความจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลย ทั้งสามฎีกาว่า จำเลยทั้งสามไม่ได้เป็นคนร้ายตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษา และจากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบว่า เห็นจำเลยทั้งสาม กำลังถอดเครื่องยนต์ จึงเข้าทำการจับกุม การกระทำดังกล่าวยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ หากจะเป็นความผิดก็เป็นเพียงฐานพยายามกระทำความผิด ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าพนักงานตำรวจพบจำเลยทั้งสามอยู่บนเรือ และชิ้นส่วนของเรืออันเป็นทรัพย์ส่วนหนึ่งที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันลักอยู่ด้วย จำเลยทั้งสามมีพฤติการณ์เชื่อได้ว่าเป็น คนร้ายร่วมกันลักทรัพย์ดังกล่าว หาได้ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสาม เพียงแต่กำลังถอดเครื่องยนต์โดยยังมิได้ลักทรัพย์อย่างอื่นดังที่ จำเลยทั้งสามเข้าใจและฎีกาขึ้นมาไม่ ฎีกาของจำเลยทั้งสาม ทั้งหมดจึงเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกา ของจำเลยทั้งสามชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
เคียง บุญเพิ่ม · พินิจ ฉิมพาลี · มีพาศน์ โปตระนันทน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up