Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 57754)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4604 เลขที่ดิน 7 ตำบลไทรงาม(บางไทรป่า)อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เนื้อที่ 30 ไร่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเอกสารหมายเลข 2ซึ่งโจทก์ครอบครองตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนลงวันที่ 10 มกราคม 2527 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกับโจทก์ไปจัดการยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินตามที่โจทก์ครอบครองเนื้อที่ 30 ไร่ ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ต่อไป จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 4604 เลขที่ดิน 7ตำบลไทรงาม(บางไทรป่า) อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี)เนื้อที่ 30 ไร่ ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามแผนที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนลงวันที่10 มกราคม 2527 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้บังคับตามฟ้องแย้งจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาทเลิกเกี่ยวข้องต่อไป คำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองนอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ให้โจทก์รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินพิพาทนั้น อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหายถ้าโจทก์หาประกันสำหรับค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีกำหนด 8 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1162/2533นายสำรวม พุ่มชะเอมโจทก์นางสาวเบญจาหรือบุญจา ขำคำจำเลยนายสำรวม พุ่มชะเอม โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 231, ม. 247ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา คดีมีทางชนะ โปรดอนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ก่อนหมายเหตุ จำเลยทั้งสองแถลงคัดค้าน (อันดับ 104)โจทก์ฟ้องและแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงว่าที่ดินโฉนดเลขที่ 4604 เลขที่ดิน 7 ตำบลไทรงาม(บางไทรป่า)อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี) เนื้อที่ 30 ไร่ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามแผนที่สังเขปท้ายฟ้องเอกสารหมายเลข 2ซึ่งโจทก์ครอบครองตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนลงวันที่ 10 มกราคม 2527 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกับโจทก์ไปจัดการยื่นคำขอโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน และยื่นคำขอแบ่งแยกที่ดินตามที่โจทก์ครอบครองเนื้อที่ 30 ไร่

ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามโฉนดที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ต่อไป จำเลยยื่นคำให้การและฟ้องแย้งศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 4604 เลขที่ดิน 7ตำบลไทรงาม(บางไทรป่า) อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (นครชัยศรี)เนื้อที่ 30 ไร่ ทางด้านทิศตะวันตกของที่ดินตามแผนที่พิพาทตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 และให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนตามหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินเฉพาะส่วนลงวันที่10 มกราคม 2527 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ คำขอนอกจากนี้ให้ยก ฟ้องแย้งของจำเลยให้ยกเสียศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้บังคับตามฟ้องแย้งจำเลยทั้งสอง ให้โจทก์รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินพิพาทห้ามโจทก์และบริวารเข้าเกี่ยวข้องอีกต่อไป ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายปีละ 5,000 บาท

นับแต่วันที่ 1 มกราคม 2527 เป็นต้นไปจนกว่าโจทก์และบริวารจะออกไปจากที่ดินพิพาทเลิกเกี่ยวข้องต่อไป คำขออื่นตามฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสองนอกจากนี้ให้ยกเสียโจทก์ฎีกา และยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 88,97)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ที่ให้โจทก์รื้อถอนบ้านเรือนออกไปจากที่ดินพิพาทนั้น อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา ส่วนที่ให้ใช้ค่าเสียหายถ้าโจทก์หาประกันสำหรับค่าเสียหายที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มีกำหนด 8 ปี มาวางศาลจนเป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างฎีกา มิฉะนั้นให้ยกคำร้องในส่วนนี้

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · เสียง ตรีวิมล · อัมพร ทองประยูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 12104/2553

ค่าทนายความที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์ชำระแก่จำเลยที่ 1 เป็นความรับผิดในเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่โจทก์ผู้ฎีกาจะต้องปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มาตรา 229 หาใช่หนี้ตามคำพิพากษาในเนื้อหาคดี อันโจทก์จะพึงมีสิทธิยื่น…

Supreme Court Judgment No. 6745/2539

ตามคำร้องของจำเลยทั้งสองที่ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้งดการบังคับคดีและรวบรวมทรัพย์สินของจำเลยทั้งสองไว้ก่อนจนกว่าศาลอุทธรณ์จะมีคำสั่งเกี่ยวกับการขอให้พิจารณาใหม่นั้น แท้จริงแล้วเนื้อหาของคำร้องเป็นเรื…

Supreme Court Judgment No. 8228/2538

หนังสือสัญญาค้ำประกันที่จำเลยในฐานะผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นทำขึ้นเพื่อขอทุเลาการบังคับคดีระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ไม่มีผลเป็นหลักประกันในการทุเลาการบังคับคดีในชั้นฎีกาเป็นกา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56105)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า อำนาจในการสั่งให้ ทุเลาการบังคับหรือไม่เป็นอำนาจเฉพาะของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ยกคำร้องแล้ว จึงต้องห้ามฎีกา กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ มาตรา 228(2) จึ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2536 (ref. 56261)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า คดีต้องห้ามอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา) ในปัญหาข้อเท็จจริง ไม่รับอุทธรณ์ (น่าจะเป็นฎีกา)จำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่า นิติกรรมระหว่างจำเลยทั้งสองไม่เป็นโ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up