Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5793/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เหตุผลที่ยกขึ้นฎีกาว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ตรงกับที่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงต้องถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบและไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ทั้งสองครอบครองปรปักษ์ที่ดินใต้กันสาดจนได้กรรมสิทธิ์แล้ว ท่อระบายน้ำทิ้งซึ่งอยู่ในที่ดินดังกล่าวย่อมตกเป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสองโดยไม่ต้องชี้ขาดว่าเป็นภารจำยอมอีกหรือไม่ ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยไม่สิ้นไปเพราะจำเลยซื้อที่ดินโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสองเพราะตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงสองฝ่ายได้สิทธิอย่างเดียวกันโดยเหตุที่แตกต่างกัน แต่ในกรณีภารจำยอมนี้โจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้ได้สิทธิภารจำยอม จำเลยมิใช่เป็นผู้ได้สิทธิ แต่กลับเป็นผู้ที่จะต้องรับรู้สิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1387 กรณีจึงไม่อาจบังคับตามมาตรา 1299 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตที่สร้างอยู่ใต้กันสาดหลังตึกแถวเลขที่ 101/5 และ 101/7 ของโจทก์ทั้งสองให้หมดสิ้น และห้ามจำเลยเข้าเกี่ยวข้อง หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ทั้งสองมีสิทธิรื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยส่งมอบที่ดิน 4 ตารางเมตร คืนให้แก่โจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยเปิดท่อระบายน้ำทิ้งกว้าง 40 เซนติเมตร ยาว 14 เมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 5126 ให้เป็นภารจำยอมจำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งสองมิได้ครอบครองและใช้สอยกันสาดและท่อระบายน้ำทิ้งใต้กันสาด เพราะโจทก์ที่ 1 รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากนางสาวพิมพา เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2521 (ยังไม่ถึง10 ปี) ส่วนโจทก์ที่ 2 แม้จะได้ครอบครองที่ดินพิพาทนานเกินกว่า10 ปี แล้วก็ตาม

ก็ไม่อาจอ้างการครอบครองปรปักษ์ยันจำเลยได้เพราะจำเลยรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 199 และ 5126 โดยสุจริต เสียค่าตอบแทน และจดทะเบียนการได้มาโดยสุจริต ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยเปิดท่อระบายน้ำทิ้งกว้าง 15เซนติเมตร ยาวตลอดแนวด้านหลังตึกแถวของโจทก์ทั้งสองไหลผ่านบนที่ดินโฉนดเลขที่ 5126 ของจำเลย ส่วนคำขออื่นให้ยกโจทก์ทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ทั้งสองได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองที่ดินบางส่วนเนื้อที่คนละ 4 ตารางเมตร ในที่ดินโฉนดเลขที่ 199 ส่วนที่อยู่ใต้กันสาดตึกแถวเลขที่ 101/5 โฉนดเลขที่5123 และตึกแถวเลขที่ 101/7 โฉนดเลขที่ 5125 และให้จำเลยรื้อถอนรั้วคอนกรีตที่จำเลยสร้างขึ้นใต้กันสาดของตึกแถวเลขที่ 101/5 และ101/7 ของโจทก์ทั้งสอง

เมื่อรื้อถอนเสร็จห้ามเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์อีกต่อไป นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า ฟ้องเคลือบคลุมเพราะโจทก์บรรยายฟ้องเกี่ยวกับเรื่องท่อระบายน้ำทิ้งโดยอ้างถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 199 และ 5126 ซึ่งจำเลยไม่อาจทราบได้ว่าโจทก์จะอ้างสิทธิใดมายันจำเลยในเรื่องของท่อระบายน้ำทิ้งดังกล่าว เนื่องจากโจทก์และจำเลยพิพาทกันเฉพาะที่ดินของจำเลยตามโฉนดเลขที่ 199เท่านั้น มิได้เกี่ยวพันไปถึงที่ดินโฉนดเลขที่ 5126 แต่อย่างใดแต่ในคำให้การของจำเลยอ้างเหตุผลว่า ฟ้องเคลือบคลุม เพราะตอนต้นโจทก์บรรยายฟ้องว่าครอบครองปรปักษ์จนได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแต่ตอนต่อมากลับบรรยายฟ้องว่า

ได้ที่ดินพิพาทโดยภารจำยอมทำให้จำเลยไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ดังนี้จะเห็นได้ว่าเหตุผลที่ยกขึ้นฎีกาไม่ตรงกับที่ได้ให้การต่อสู้คดีไว้ จึงต้องถือว่าเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบ และไม่เป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยโจทก์ทั้งสองครอบครองปรปักษ์ที่ดินใต้กันสาดด้านหลังตึกแถวคนละ 4 ตารางเมตร โดยนับรวมระยะเวลาการครอบครองต่อเนื่องกันมานานเกินกว่า 10 ปี จนได้กรรมสิทธิ์แล้ว เมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ท่อระบายน้ำทิ้งที่อยู่ด้านหลังตึกแถวอยู่ในเนื้อที่ดิน 4ตารางเมตร ดังกล่าว ย่อมตกเป็นสิทธิของโจทก์ทั้งสองโดยไม่ต้องชี้ขาดว่าเป็นภารจำยอมหรือไม่

จำเลยมีบ้านอยู่ห่างจากที่ดินพิพาทประมาณ 200 เมตร อยู่มานาน 18 ปีแล้ว จำเลยสังเกตเห็นมีท่อระบายน้ำทิ้งอยู่ใต้กันสาด ตอนที่จำเลยซื้อที่ดินก็ได้เห็นมีกันสาดอยู่ด้านหลังตึกแถวของโจทก์ทั้งสอง และใต้กันสาดมีประตูไม้ดังนี้ โดยปกติวิสัยจำเลยจะต้องทราบว่าด้านหลังตึกแถวจำเป็นต้องมีที่ว่างอยู่ส่วนหนึ่งแต่จำเลยยังขืนซื้อโดยถือสิทธิที่จะสร้างกำแพงคอนกรีตประชิดติดกับผนังตึกแถวของโจทก์ทั้งสองกับพวก เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองกับพวกเดือดร้อนไม่สามารถเปิดประตูออกไปทางด้านหลังได้ตามปกติ และท่อระบายน้ำทิ้งก็ถูกจำเลยทุบทำลายเพื่อสร้างกำแพงคอนกรีตจนไม่สามารถระบายน้ำเสียได้ พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยซื้อที่ดินโดยไม่สุจริต

โจทก์ทั้งสองจึงอ้างสิทธิครอบครองปรปักษ์ยันจำเลยได้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 5126 ตกอยู่ในภารจำยอมที่จะต้องให้มีท่อระบายน้ำทิ้งลอดใต้พื้นจากด้านหลังไปทางด้านหน้าเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินและตึกแถวของโจทก์ทั้งสอง ภารจำยอมในที่ดินโฉนดเลขที่ 5126 ของจำเลยนั้นไม่สิ้นไป เพราะจำเลยซื้อที่ดินโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสองเพราะตามบทบัญญัติดังกล่าวหมายถึงสองฝ่ายได้สิทธิอย่างเดียวกันโดยเหตุที่แตกต่างกัน เช่น โจทก์ได้สิทธิโดยการครอบครองปรปักษ์แต่จำเลยได้สิทธิโดยจดทะเบียนซื้อที่ดินแล้วเกิดปัญหาโต้เถียงว่าใครจะมีสิทธิดีกว่ากัน กรณีเช่นนี้จึงต้องด้วยมาตรา 1299 วรรคสองคือกฎหมายถือเอาการจดทะเบียนเป็นข้อสำคัญ

ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้บุคคลภายนอกผู้สุจริตต้องเสียหาย ถ้าจำเลยจดทะเบียนซื้อที่ดินโดยสุจริตก็ย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้ครอบครองปรปักษ์ซึ่งยังมิได้จดทะเบียนสิทธิของตน แต่ในกรณีภารจำยอมนี้โจทก์ฝ่ายเดียวเป็นผู้ได้สิทธิภารจำยอมจำเลยมิใช่เป็นผู้ได้สิทธิ แต่กลับเป็นผู้ที่จะต้องรับรู้สิทธิของโจทก์ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1387 กรณีจึงไม่อาจบังคับตามมาตรา 1299 วรรคสองพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อรุณ น้าประเสริฐ · จเร อำนวยวัฒนา · อุดม มั่งมีดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5927/2552

โจทก์ทั้งสี่ใช้ลำรางพิพาทในการชักน้ำเข้านาที่ดินพิพาท แล้วขุดเป็นบ่ออยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว จากนั้นโจทก์ทั้งสี่ใช้ระหัดวิดน้ำหรือใช้เครื่องสูบน้ำชักน้ำเข้าไปยังที่ดินแปลงอื่นของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 และที…

Supreme Court Judgment No. 7011/2547

ภาระจำยอมเป็นทรัพยสิทธิที่ก่อตั้งขึ้นด้วยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1298 และการได้มาโดยนิติกรรมซึ่งอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิอันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นั้นไม่บริบูรณ์ เว้นแต่นิติกรรมจะได…

Supreme Court Judgment No. 3482/2541

โจทก์ ได้ สิทธิ ภารจำยอม โดย อายุความ ตาม คำพิพากษา ของ ศาล โจทก์ บอกกล่าว ให้ จำเลย เจ้าของ ภารยทรัพย์ ไป ดำเนินการ จดทะเบียน สิทธิ ภารจำยอม ที่ โจทก์ ได้ มา แต่ จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่า เป็น การ โต้แ…

Supreme Court Judgment No. 2482/2541

โจทก์ได้สิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามคำพิพากษาของศาล โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยเจ้าของภารยทรัพย์ไปดำเนินการจดทะเบียนสิทธิภารจำยอมที่โจทก์ได้มา แต่จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่าเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์โจทก์ซึ่งเป…

Supreme Court Judgment No. 4936/2540

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยบุกรุกนำต้นไม้เข้ามาปลูกในที่ดินโจทก์คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 3 ตารางวา จำเลยให้การว่า จำเลยปลูกต้นไม้ในที่ดินของจำเลย ไม่ได้บุกรุกที่ดินโจทก์ โดยมิได้ให้การต่อสู้ในเรื่องการครอบครอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up