คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้ง ๑๒ คนกับนางทองสุกจำเลยเป็นหลานและเหลนของนางพัน ตามบัญชีเครือญาติท้ายฟ้อง นางพันตายมีมฤดกรวมราคา ๕๖๐๐ บาท จำเลยทั้ง ๒ ลอบเอาที่ดินอันเป็นมฤดกของนางพันไปโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นผู้รับมฤดก โจทก์ได้คัดค้านและมาฟ้องขอให้ประมูลราคาหรือขายทอดตลาดทรัพย์มฤดกนางพัน หักเงินค่าทำศพเสีย ๑๖๐๐ บาท เหลือนั้นแบ่งกันระหว่างโจทก์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่าที่นายมีจำเลยอ้างว่าเป็นบุตรบุญธรรมของนางพันนั้น ไม่มีในทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมที่อำเภอ จึงไม่มีสิทธิได้รับมฤดกของนางพัน ส่วนนางทองสุกจำเลยนั้นเป็นทายาทของนางพันด้วย ฎีกาของโจทก์ก็ไม่คัดค้านในการที่ศาลจะแบ่งส่วนให้แก่นางทองสุกจำเลย ๆ จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งด้วย
Result
จึงพิพากษาแก้ให้เอาทรัพย์มฤดกตามบัญชีท้ายฟ้อง ออกประมูลราคาหรือขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าใดเป็นค่าทำศพนางพัน ๑๖๐๐ บาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้ง ๓ ศาล และค่าทนายฝ่ายละ ๕๐๐ บาทชักจากกองมฤดก เหลือจากนั้นแบ่งกันระหว่างโจทก์ และนางทองสุกจำเลยตามส่วนที่ตนมีสิทธิได้.