Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2533 (ref. 58161)

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอถอนฎีกา และขอรับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 286,91 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี ให้ลงโทษฐานดำรงชีพ อยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี จำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี ปรับ 1,000 บาท รวมโทษจำคุก 7 ปีปรับ 1,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 ที่แก้ไขแล้ว และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 286 ที่แก้ไขแล้ว ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 7 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี 8 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาความผิดฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณี เพื่อผู้อื่นเป็นปกติธุระ ตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8โจทก์และจำเลยต่างยื่นฎีกา (อันดับ 115,117)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 122)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกามาด้วย และศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จแล้ว จึงไม่อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา แจ้งให้โจทก์ทราบ

เนื้อความคำพิพากษา

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 2367/2533พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นางประไพ จันทร์อินทร์หรืออินจำเลยนางประไพ จันทร์อินทร์หรืออิน จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 202, ม. 225ความว่า จำเลยได้ยื่นฎีกาไว้ บัดนี้จำเลยมีความประสงค์ขอถอนฎีกา และขอรับโทษตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 286,91 พระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี ให้ลงโทษฐานดำรงชีพ อยู่จากรายได้ของหญิงซึ่งค้าประเวณี จำคุก 7 ปี ฐานเป็นเจ้าของกิจการสถานการค้าประเวณี ปรับ 1,000 บาท รวมโทษจำคุก 7 ปีปรับ 1,000 บาทศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า

จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 286 ที่แก้ไขแล้ว และพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 9 ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 286 ที่แก้ไขแล้ว ซึ่งเป็นบทหนักจำคุก 7 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก 4 ปี 8 เดือน ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับข้อหาความผิดฐานจัดหาผู้กระทำการค้าประเวณี เพื่อผู้อื่นเป็นปกติธุระ ตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. 2503 มาตรา 8โจทก์และจำเลยต่างยื่นฎีกา (อันดับ 115,117)คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาจำเลยยื่นคำร้องดังกล่าว (อันดับ 122)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ยื่นฎีกามาด้วย และศาลฎีกาทำคำพิพากษาเสร็จแล้ว จึงไม่อนุญาตให้จำเลยถอนฎีกา แจ้งให้โจทก์ทราบ

Matter details

Panel of judges
พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อัมพร ทองประยูร · อุดม เฟื่องฟุ้ง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up