Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58490)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 26 สิงหาคม 2536จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลาที่ศาลขยายเวลาให้ ส่วนจำเลยที่ 3 มิได้ขอขยายเวลา จึงรับเป็นฎีกาเฉพาะของ จำเลยที่ 1 ที่ 2 สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไม่รับนายฉลอง จันทร์หอม ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536โดยอ้างว่าเป็นทนายจำเลยทั้งสาม แต่ในคำร้องขอขยายระยะเวลา ฎีกานั้น ได้พิมพ์จำเลยที่ 3 ตกหล่น ไป เพื่อให้ความเป็นธรรม แก่จำเลยที่ 3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการ บังคับคดีของจำเลยที่ 3 ด้วย และจำเลยที่ 3ขอใช้หลักทรัพย์ ซึ่งได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ในคดีนี้ไว้กับโจทก์ เป็นประกันต่อศาลในการอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า หลักประกันที่จำเลยที่ 3 อ้างตามคำร้องเป็นทรัพย์พิพาทในคดีนี้ หาใช่หลักประกันตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้จำเลยที่ 3เสนอหลักประกันเข้ามาใหม่จำเลยที่ 3 เห็นว่า ถ้อยคำและความมุ่งหมายของกฎหมายไม่มีส่วนใดห้ามไม่ให้นำทรัพย์ที่จดทะเบียนจำนองไว้มาใช้เป็นหลักประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234และหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 3 จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ไว้กับโจทก์ มีราคาเกินกว่าจำนวนเงินตามคำพิพากษาอยู่หลายเท่าตัว โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณา โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ใช้ทรัพย์จำนองเป็นหลักประกันในการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงคัดค้าน(อันดับ 92)ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตาม บัญชีเดินสะพัดแก่โจทก์ จำนวน 14,509.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2530 จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมิให้เกิน 3,416.74 บาท และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมิให้เกิน 480,821.85 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์สิน ของจำเลยที่ 3 คือที่ดินโฉนดเลขที่ 7605เลขที่ดิน 1106 ตำบลช่องนนทรีย์ (บางโพงพาง) อำเภอยานนาวา กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ในฐานะเจ้าหนี้จำนองในวงเงินต้น 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้นจำนวนดังกล่าว หากไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระ หนี้ให้แก่โจทก์จนครบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะของจำเลยที่ 1 ที่ 2(อันดับ 83)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาในส่วนของจำเลยที่ 3 โดยใช้หลักทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ในคดีนี้ไว้กับโจทก์เป็นประกันต่อศาลในการอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้เสนอหลักประกันเข้ามาใหม่ (อันดับ 85)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้(อันดับ 87)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ถือเอาทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันได้ แต่ให้ศาลชั้นต้นตีราคาหลักทรัพย์ที่จำนองว่าพอกับจำนวนหนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าไม่พอก็ให้จำเลยที่ 3 วางเงินหรือหาหลักประกันมาเพิ่มให้ เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็ให้รับคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ถ้าจำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นก็ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 33/2537ธนาคารศรีนคร จำกัดโจทก์ห้างหุ้นส่วนจำกัดสยามบรรณการพิมพ์ กับพวกจำเลยนายฉลอง จันทร์หอม ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์วันที่ 26 สิงหาคม 2536จำเลยที่ 1 ที่ 2 ยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลาที่ศาลขยายเวลาให้ ส่วนจำเลยที่ 3 มิได้ขอขยายเวลา จึงรับเป็นฎีกาเฉพาะของ จำเลยที่ 1 ที่ 2 สำหรับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไม่รับนายฉลอง จันทร์หอม ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกา เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2536โดยอ้างว่าเป็นทนายจำเลยทั้งสาม แต่ในคำร้องขอขยายระยะเวลา

ฎีกานั้น ได้พิมพ์จำเลยที่ 3 ตกหล่น ไป เพื่อให้ความเป็นธรรม แก่จำเลยที่ 3 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาและคำร้องขอทุเลาการ บังคับคดีของจำเลยที่ 3 ด้วย และจำเลยที่ 3ขอใช้หลักทรัพย์ ซึ่งได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ในคดีนี้ไว้กับโจทก์ เป็นประกันต่อศาลในการอุทธรณ์คำสั่ง ศาลชั้นต้นสั่งว่า หลักประกันที่จำเลยที่ 3 อ้างตามคำร้องเป็นทรัพย์พิพาทในคดีนี้ หาใช่หลักประกันตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 จึงให้จำเลยที่ 3เสนอหลักประกันเข้ามาใหม่จำเลยที่ 3 เห็นว่า ถ้อยคำและความมุ่งหมายของกฎหมายไม่มีส่วนใดห้ามไม่ให้นำทรัพย์ที่จดทะเบียนจำนองไว้มาใช้เป็นหลักประกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234และหลักทรัพย์ที่จำเลยที่ 3 จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ไว้กับโจทก์

มีราคาเกินกว่าจำนวนเงินตามคำพิพากษาอยู่หลายเท่าตัว โปรดมีคำสั่งให้รับคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ไว้พิจารณา โดยอนุญาตให้จำเลยที่ 3 ใช้ทรัพย์จำนองเป็นหลักประกันในการอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วแถลงคัดค้าน(อันดับ 92)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตาม บัญชีเดินสะพัดแก่โจทก์ จำนวน 14,509.72 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 2 เมษายน 2530 จนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ ดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมิให้เกิน 3,416.74 บาท และให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินตามสัญญากู้จำนวน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 9 ตุลาคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จดอกเบี้ยถึงวันฟ้องมิให้เกิน 480,821.85 บาท หากจำเลยทั้งสามไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วน ให้ยึดทรัพย์สิน ของจำเลยที่ 3 คือที่ดินโฉนดเลขที่ 7605เลขที่ดิน 1106 ตำบลช่องนนทรีย์ (บางโพงพาง) อำเภอยานนาวา กรุงเทพมหานครพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์ ในฐานะเจ้าหนี้จำนองในวงเงินต้น 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 15 ต่อปี ในเงินต้นจำนวนดังกล่าว หากไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยที่ 3 ออกขายทอดตลาด นำเงินมาชำระ หนี้ให้แก่โจทก์จนครบศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาเฉพาะของจำเลยที่ 1 ที่ 2(อันดับ 83)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาในส่วนของจำเลยที่ 3 โดยใช้หลักทรัพย์ที่ได้จดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ในคดีนี้ไว้กับโจทก์เป็นประกันต่อศาลในการอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ให้เสนอหลักประกันเข้ามาใหม่ (อันดับ 85)ทนายจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้(อันดับ 87)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว อนุญาตให้จำเลยที่ 3 ถือเอาทรัพย์ที่จำนองเป็นประกันได้ แต่ให้ศาลชั้นต้นตีราคาหลักทรัพย์ที่จำนองว่าพอกับจำนวนหนี้ที่จะต้องชำระตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ ถ้าไม่พอก็ให้จำเลยที่ 3 วางเงินหรือหาหลักประกันมาเพิ่มให้ เป็นที่พอใจและภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็ให้รับคำร้อง อุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 3 ถ้าจำเลยที่ 3 ไม่ปฏิบัติ ตามคำสั่งของศาลชั้นต้นก็ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สกล เหมือนพะวงศ์ · พิมล สมานิตย์ · ถวิล ตรีเพชร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 95/2568

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวต่อศาลอุทธรณ์เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณามีคำสั่งเกี่ยวกับอุทธรณ์ของโจทก์เสียก่อนตาม ป.วิ.พ. มาตรา 234 คดียั…

Supreme Court Judgment No. 1837/2563

ในคดีมโนสาเร่ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้อง โจทก์ยื่นอุทธรณ์พร้อมคำร้องขอขยายระยะเวลาวางเงินค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ แต่โจทก์ไม่นำค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์มาวางต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนด ศาลชั้นต้นจึงมีคำส…

Supreme Court Judgment No. 8717/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำส…

Supreme Court Judgment No. 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

Supreme Court Judgment No. 1046/2554

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต คือวันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up