คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 67/2537พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายศิริศักดิ์ จึงอนุเคราะห์โจทก์นายปัญญา อุบล กับพวกจำเลยนายปัญญา อุบล ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนายกิมเฮง อุบล ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อ 2.1ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าเป็นการโอนลิขสิทธิ์ส่วนจำเลย เถียงว่าเป็นเพียงการขายให้สิทธิ ในการฉายโจทก์ร่วม จึงมิใช่ผู้เสียหายเป็นการเถียงข้อเท็จจริงเพื่อนำมาสู่ปัญหาข้อกฎหมายฎีกาข้อนี้จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 ส่วนฎีกาข้อ 2.3จำเลยเถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ รับฟังว่า นายหอมมีอำนาจมอบอำนาจช่วงให้นายสมชาติ แซ่ตั้งดำเนินคดีแทน โดยอาศัยหนังสือมอบอำนาจจากโจทก์ร่วม จึงเป็นฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริงเช่นกัน ต้องห้ามฎีกา ส่วนฎีกาข้อ 2.2 จำเลยเถียงว่า หนังสือมอบอำนาจมิได้ปิดอากร จึงรับฟัง เป็นพยานหลักฐานไม่ได้ เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ให้รับฎีกา
เฉพาะข้อนี้ไว้พิจารณาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาข้อ 2.1 ที่ว่าโจทก์และโจทก์ร่วมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจเป็นโจทก์และโจทก์ร่วม ในคดีนี้และฎีกาข้อ 2.3 ที่ว่า การมอบอำนาจเกี่ยวกับ การดำเนินคดีนี้เป็นไปโดยมิชอบ ไม่ผูกพันจำเลยทั้งสองเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้นโปรดมีคำสั่งรับฎีกา ของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์และโจทก์ร่วมได้รับสำเนาคำร้องแล้ว(อันดับ 129)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายศิริศักดิ์ จึงอนุเคราะห์ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 25(2),27(1)(2),43 วรรคสอง,44 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,90 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2521 มาตรา 25(2),43 วรรคสอง ที่มีโทษหนักที่สุด ให้ปรับคนละ 20,000 บาทศาลอุทธรณ์ภาค 1
Result
พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 127)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 129)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ฎีกาข้อ 2.1 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่าบริษัทกรุ๊ฟโฟร์โปรดักชั่นจำกัดขายลิขสิทธิ์ภาพยนต์เรื่องบ้านผีปอบภาค 2 ให้แก่โจทก์ร่วม จำเลยฎีกาว่า บริษัทดังกล่าวมิได้ขายลิขสิทธิ์ แต่เป็นการให้สิทธิในการ ฉายภาพยนต์ เป็นการเถียงพยานหลักฐานที่ศาลอุทธรณ์รับฟังจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงส่วนฎีกาข้อ 2.3 ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นายหอมมอบอำนาจตามที่ได้รับมาจากโจทก์ร่วมให้แก่นายสมชาติดำเนินคดีแทน มิได้มอบให้ฐานะผู้มีลิขสิทธิ์ จำเลยฎีกา ว่านายหอมไม่มีอำนาจที่จะมอบให้แก่นายสมชาติ การมอบอำนาจไม่ผูกพันจำเลยทั้งสองให้ต้องยอมรับเท่ากับเป็นการเถียงว่านายหอมไม่ได้รับมอบอำนาจมาจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกัน ศาลชั้นต้น ไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสองดังกล่าวชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง