คำฟ้องและคำให้การ
ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้เคยฟ้องโจทก์ขอให้ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญาจำนอง โจทก์ต่อสู้ว่าจำเลยได้เรียกดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ต่อเดือนล่วงหน้าปีหนึ่งซึ่งเป็นดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดรวมเข้ากับยอดเงินจำนองด้วย ศาลแพ่งพิพากษาให้โจทก์ชำระเงินเต็มตามสัญญาจำนอง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์และขอทุเลาการบังคับคดี แต่ก่อนศาลอุทธรณ์มีคำสั่งเรื่องทุเลาการบังคับคดี จำเลยได้ขอให้ยึดทรัพย์ของโจทก์ขายทอดตลาดเพื่อชำระต้นเงินที่โจทก์มิได้โต้แย้ง เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ยึดที่ดินที่จำนองไว้ โจทก์จึงได้ไถ่ถอนการจำนองเป็นเงิน ๒๑๕,๐๐๐ บาท ต่อมาศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี และพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลแพ่งให้สืบพยานต่อไป จำเลยจึงขอถอนฟ้องและศาลแพ่งอนุญาต คำสั่งของศาลแพ่งถึงที่สุด โจทก์จึงกลับมาฟ้องจำเลยขอให้คืนเงิน ๙๕,๐๐๐ บาทที่โจทก์ชำระให้จำเลยโดยอ้างว่าเงินจำนวนนี้เป็นดอกเบี้ยคิดจากอัตราที่ผิดกฎหมาย จำเลยไม่มีสิทธิเรียกร้องเอาจากโจทก์ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยได้เอาดอกเบี้ยเกินอัตราตามกฎหมายทบเข้าไปในต้นเงินด้วย เป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกเงินนี้คืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๑๑ แต่ฟังว่าโจทก์ได้ชำระเงินเกินไป จึงให้คืนเงิน ๖,๐๙๔ บาทที่เกินให้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งข้อเท็จจริง โจทก์ได้ต่อสู้อยู่ตลอดมาว่าจำเลยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่โจทก์จำต้องชำระดอกเบี้ยเกินอัตรานั้นให้จำเลยไปเพราะผลบังคับของคำพิพากษาศาลชั้นต้น และการบังคับคดีของจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ ๓๑๖๐/๒๕๐๓ จะถือว่าโจทก์กระทำการเพื่อชำระหนี้เป็นการอันฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย หรือทำการชำระดอกเบี้ยนั้นไปตามอำเภอใจดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๑๑ และ ๔๐๗ บัญญัติไว้หาได้ไม่ โจทก์จึงมีสิทธิเรียกคืนได้
Result
พิพากษาแก้ให้จำเลยคืนดอกเบี้ย ๙๕,๐๐๐ บาทให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๐๕.