Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58514)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองว่ามีเหตุอันควรฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องว่า รวม และมีคำสั่งฎีกาว่า ฎีกาจำเลยต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าตาม เอกสารหมายจ.5 และ จ.6 แต่อย่างใดเนื่องจากจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปจาก จังหวัดพิจิตรตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 แล้ว โจทก์ทั้งสี่จึง ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลย ยกขึ้นว่ากล่าว มาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 85 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาเช่าโดยไม่ยอมจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตาม สัญญาเช่าข้อ 3.2 ขอบังคับ ให้จำเลยและบริวารออกไป จากที่ดินที่เช่า โดยให้จำเลยรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างในที่ดิน ตามสัญญาเช่าออกไปด้วยและเรียกค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 96 ตำบลในเมืองอำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน6 ตารางวา ตามสัญญาเช่าภายใน 1 เดือน นับแต่วันนี้(30 ธันวาคม 2535) ให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในสภาพเรียบร้อย สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้โจทก์ทั้งสี่ มีอำนาจรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหากจำเลยไม่รื้อถอน นั้น เป็นเรื่องในส่วนการบังคับคดีที่โจทก์จะต้องดำเนินการต่อไป คำขอของ โจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาศาลชั้นต้นสั่งคำร้องและสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,76)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ศาลอุทธรณ์รับฟัง คำเบิกความของโจทก์ที่ 1ซึ่งเบิกความประกอบ หนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าและใบตอบรับทางไปรษณีย์เอกสารหมายจ.5, จ.6 แล้วเชื่อว่าโจทก์ทั้งสี่ ได้บอกเลิก สัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ไม่มีพยานบุคคลอื่นใดมาสนับสนุนข้ออ้าง ของโจทก์ และว่าจำเลยไม่ทราบการบอกกล่าวเพราะได้ย้าย ภูมิลำเนา ไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่จำเลยมิได้สืบพยานอย่างใด เนื่องจากในชั้นพิจารณา จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 162/2537นางสาวเกษม ธิตะจารี กับพวกโจทก์นายสุเมธ เดียวสุรินทร์จำเลยนายกฤติกร ญาณฤทธิ์ ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้ศาลรับรองว่ามีเหตุอันควรฎีกาศาลชั้นต้นมีคำสั่งคำร้องว่า รวม และมีคำสั่งฎีกาว่า ฎีกาจำเลยต้องห้ามฎีกา จึงไม่รับจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่าโจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะจำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าตาม เอกสารหมายจ.5 และ จ.6 แต่อย่างใดเนื่องจากจำเลยได้ย้ายภูมิลำเนาไปจาก จังหวัดพิจิตรตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 แล้ว โจทก์ทั้งสี่จึง ไม่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลย ยกขึ้นว่ากล่าว มาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ทั้งสี่แถลงคัดค้าน (อันดับ 85 แผ่นที่ 2)โจทก์ทั้งสี่ฟ้องว่าจำเลยปฏิบัติผิดสัญญาเช่าโดยไม่ยอมจ่ายเงินผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ตาม

สัญญาเช่าข้อ 3.2 ขอบังคับ ให้จำเลยและบริวารออกไป จากที่ดินที่เช่า โดยให้จำเลยรื้อถอน สิ่งปลูกสร้างในที่ดิน ตามสัญญาเช่าออกไปด้วยและเรียกค่าเสียหายศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างในที่ดินตาม หนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 96 ตำบลในเมืองอำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เนื้อที่ 2 ไร่ 1 งาน6 ตารางวา ตามสัญญาเช่าภายใน 1 เดือน นับแต่วันนี้(30 ธันวาคม 2535) ให้จำเลยส่งมอบที่ดินคืนให้แก่โจทก์ทั้งสี่ในสภาพเรียบร้อย สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้โจทก์ทั้งสี่ มีอำนาจรื้อถอนได้โดยให้จำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายหากจำเลยไม่รื้อถอน นั้น เป็นเรื่องในส่วนการบังคับคดีที่โจทก์จะต้องดำเนินการต่อไป คำขอของ โจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์ภาค 2

Result

พิพากษายืนจำเลยฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอให้รับรองฎีกาศาลชั้นต้นสั่งคำร้องและสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 78,76)จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 80)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้อง ไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท ศาลอุทธรณ์รับฟัง คำเบิกความของโจทก์ที่ 1ซึ่งเบิกความประกอบ หนังสือบอกกล่าวเลิกสัญญาเช่าและใบตอบรับทางไปรษณีย์เอกสารหมายจ.5, จ.6 แล้วเชื่อว่าโจทก์ทั้งสี่ ได้บอกเลิก สัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า โจทก์ไม่มีพยานบุคคลอื่นใดมาสนับสนุนข้ออ้าง ของโจทก์ และว่าจำเลยไม่ทราบการบอกกล่าวเพราะได้ย้าย ภูมิลำเนา ไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่จำเลยมิได้สืบพยานอย่างใด เนื่องจากในชั้นพิจารณา จำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริงต้องห้าม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งและวรรคสองศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สวิน อักขรายุธ · วินัย วิมลเศรษฐ · ชูชาติ ศรีแสง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up