Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58522)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหกเป็นฎีกาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหกจำเลยทั้งหกเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหกเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งหมด จึงไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 170)ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 8 ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งแปดฟ้องขอให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันจดทะเบียนโอนแบ่งแยกที่ดินตามฟ้องทั้งสองแปลงแก่ฝ่ายโจทก์หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หากไม่อาจแบ่งแยกได้ ให้เอาขายทอดตลาดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันไปจดทะเบียนโอนแบ่งแยกที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องให้แก่โจทก์ทั้งแปด โดยแบ่งที่ดินทั้งสองแปลงออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กันและให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้คนละ 1 ส่วน โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 8ได้ร่วมกัน 1 ส่วน หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หรือหากไม่อาจแบ่งแยกกันได้ให้นำที่ดินทั้งสองแปลงข้างต้นออกขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แล้วแบ่งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 คนละ 1 ส่วน โจทก์ ที่ 3ถึงที่ 8 ได้ 1 ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 161)จำเลยทั้งหกยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปัญหาตามฎีกาจำเลยทั้งหกว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกเป็นอุทธรณ์ที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 1ที่จะต้องรับไว้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกมีทุนทรัพย์ 80,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 คำนวณทุนทรัพย์โดยเฉลี่ยตามคำฟ้องของโจทก์เป็นรายบุคคล และว่าทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกไม่เกิน 80,000 บาท เป็นการคำนวณไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่าการคำนวณทุนทรัพย์จะคำนวณโดยเฉลี่ยตามคำฟ้องของโจทก์ หรือตามคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกซึ่งคำนวณรวมกันมาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งหกว่าเป็นข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นฎีกาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งหกนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงให้รับฎีกาจำเลยทั้งหกไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 177/2537นายแปลง วริวงศ์ กับพวกโจทก์นายประไม ไชโยรักษ์ กับพวกจำเลยนายสุรพล อยู่สุข ทนายจำเลยทั้งหกผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหกเป็นฎีกาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งหกจำเลยทั้งหกเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งหกเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายทั้งหมด จึงไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งหกไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ โจทก์ที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 170)ส่วนโจทก์ที่ 2 ถึงที่ 8 ไม่ปรากฏหลักฐานว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่โจทก์ทั้งแปดฟ้องขอให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันจดทะเบียนโอนแบ่งแยกที่ดินตามฟ้องทั้งสองแปลงแก่ฝ่ายโจทก์หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา

หากไม่อาจแบ่งแยกได้ ให้เอาขายทอดตลาดศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งหกร่วมกันหรือแทนกันไปจดทะเบียนโอนแบ่งแยกที่ดินทั้งสองแปลงตามฟ้องให้แก่โจทก์ทั้งแปด โดยแบ่งที่ดินทั้งสองแปลงออกเป็นสี่ส่วนเท่า ๆ กันและให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 ได้คนละ 1 ส่วน โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 8ได้ร่วมกัน 1 ส่วน หากไม่โอนให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา หรือหากไม่อาจแบ่งแยกกันได้ให้นำที่ดินทั้งสองแปลงข้างต้นออกขายทอดตลาดได้เงินเท่าใดให้แบ่งออกเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน แล้วแบ่งให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 คนละ 1 ส่วน โจทก์ ที่ 3ถึงที่ 8 ได้ 1 ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืนจำเลยทั้งหกฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 161)จำเลยทั้งหกยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 164)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ปัญหาตามฎีกาจำเลยทั้งหกว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกเป็นอุทธรณ์ที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 1ที่จะต้องรับไว้วินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเพราะอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกมีทุนทรัพย์ 80,000 บาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 คำนวณทุนทรัพย์โดยเฉลี่ยตามคำฟ้องของโจทก์เป็นรายบุคคล และว่าทุนทรัพย์ชั้นอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกไม่เกิน 80,000 บาท เป็นการคำนวณไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่าการคำนวณทุนทรัพย์จะคำนวณโดยเฉลี่ยตามคำฟ้องของโจทก์ หรือตามคำฟ้องอุทธรณ์ของจำเลยทั้งหกซึ่งคำนวณรวมกันมาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาจำเลยทั้งหกว่าเป็นข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย อันเป็นฎีกาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งหกนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงให้รับฎีกาจำเลยทั้งหกไว้พิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · เสริม บุญทรงสันติกุล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up