คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 459/2537นางสาวพนมพร สุวรรณรัฐโจทก์บริษัทรามาพัฒนา จำกัดจำเลยนายชลิต บุญทนิมิตร ผู้รับมอบอำนาจจำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31 ป.วิ.พ. ม. 234ความว่า
คำพิพากษาศาลล่าง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า อุทธรณ์ของจำเลยทั้งหมดมิได้เป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 ประกอบกับพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 31 ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยจำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุธรณ์ ในข้อกฎหมายเพราะอุทธรณ์ของจำเลยได้คัดค้านในประเด็นปัญหาของอำนาจเลิกจ้างที่นายชลิต ได้กระทำการแทนจำเลยและในปัญหาที่ว่าโจทก์ถูกเลิกจ้างแล้วหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยหรือไม่โปรดมีคำสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ศาลแรงงานกลางส่งสำเนาคำร้องให้แก่ทนายโจทก์โดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล (อันดับ 72)
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าชดเชยจำนวน25,500 บาท แก่โจทก์ คำขออย่างอื่นของโจทก์ให้ยกเสียวันที่ 1 ธันวาคม 2536
จำเลยอุทธรณ์
ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งในวันเดียวกันไม่รับอุทธรณ์ดังกล่าว (อันดับ 54)วันที่ 3 ธันวาคม 2536 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่า จำเลยมิได้วางเงินหรือหาประกันตามกฎหมาย ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 58)ต่อมาวันที่ 20 ธันวาคม 2536 จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์อีกฉบับเนื้อหาเหมือนฉบับแรกโดยได้วางเงินประกันไว้ต่อศาล ศาลแรงงานกลางสั่งว่า ให้ส่งศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งต่อไป (อันดับ 68)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ฉบับแรกลงวันที่ 3 ธันวาคม 2536 โดยมิได้วางเงินหรือหาประกันมาวางต่อศาล ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์อีกฉบับหนึ่งลงวันที่ 20 ธันวาคม 2536 โดยวางเงินประกันต่อศาลแต่ปรากฏว่าพ้นกำหนด 15 วัน
นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้ว จึงเป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสองฉบับดังกล่าว