Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58584)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันควรฎีกา ไม่อนุญาตให้ดำเนินการอย่างคนอนาถา ให้ยกคำร้องของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันจำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของ จำเลยทั้งสองโดยไม่มีการไต่สวนคำร้องก่อน คดีของจำเลยทั้งสองไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด และฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายประกอบกับจำเลยทั้งสองมีฐานะยากจนไม่สามารถหาเงินค่าธรรมเนียม มาวางศาลได้ ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ ดำเนินคดีอย่างคนอนาถามาแล้ว โปรดอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถา หรือมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองก่อน โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 283,335.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2533 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2533 อัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2533 จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2533 อัตราร้อยละ 17 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2533 จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2533 อัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2533 จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2534 และอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องไม่เกิน 52,948.89 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในต้นเงิน 50,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราและระยะเวลาคิดดอกเบี้ยเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด ชำระหนี้โจทก์จนครบ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 91,86)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 89)ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถา (อันดับ 42,61)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ เมื่อไม่ปรากฏต่อศาลเป็นอย่างอื่นจึงต้องถือว่าจำเลยทั้งสองยังเป็นคนยากจนอยู่ คดีมีเหตุผลอันสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถาได้ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาฎีกาของจำเลยทั้งสองต่อไปจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจึงให้คืนค่าธรรมเนียม 200 บาท ให้จำเลยทั้งสอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 517/2537ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัดโจทก์นายบุญเลิศ ประเสริฐศรี กับพวกจำเลยนายบุญเลิศ ประเสริฐศรี ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางบุญสม ประเสริฐศรี ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 155, ม. 156, ม. 157ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดี อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีไม่มีเหตุอันควรฎีกา ไม่อนุญาตให้ดำเนินการอย่างคนอนาถา ให้ยกคำร้องของจำเลย หากจำเลยประสงค์จะดำเนินคดีต่อไป ให้นำเงินค่าธรรมเนียมมาเสียภายใน 15 วันจำเลยเห็นว่า ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องของ จำเลยทั้งสองโดยไม่มีการไต่สวนคำร้องก่อน คดีของจำเลยทั้งสองไม่ต้องห้ามฎีกาแต่อย่างใด และฎีกาของจำเลยก็เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายประกอบกับจำเลยทั้งสองมีฐานะยากจนไม่สามารถหาเงินค่าธรรมเนียม มาวางศาลได้ ชั้นอุทธรณ์ จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ ดำเนินคดีอย่างคนอนาถามาแล้ว โปรดอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถา หรือมีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาของจำเลยทั้งสองก่อน

โปรดอนุญาตหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 283,335.33 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 16 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคม 2533 จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2533 อัตราร้อยละ 16.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2533 จนถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2533 อัตราร้อยละ 17 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 26 พฤศจิกายน 2533 จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม 2533 อัตราร้อยละ 17.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2533 จนถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2534 และอัตราร้อยละ 18.5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 5 กรกฎาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ดอกเบี้ยคำนวณถึงวันฟ้องไม่เกิน 52,948.89 บาท โดยให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดในต้นเงิน 50,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยในอัตราและระยะเวลาคิดดอกเบี้ยเช่นเดียวกับจำเลยที่ 1 หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระให้ยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาด ชำระหนี้โจทก์จนครบ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 91,86)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 89)ชั้นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยทั้งสองดำเนินคดีอย่างคนอนาถา (อันดับ 42,61)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ เมื่อไม่ปรากฏต่อศาลเป็นอย่างอื่นจึงต้องถือว่าจำเลยทั้งสองยังเป็นคนยากจนอยู่ คดีมีเหตุผลอันสมควรที่จะอนุญาตให้จำเลยทั้งสองฎีกาอย่างคนอนาถาได้ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาฎีกาของจำเลยทั้งสองต่อไปจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ได้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมจึงให้คืนค่าธรรมเนียม 200 บาท ให้จำเลยทั้งสอง

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปราโมทย์ ชพานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1932/2568

การที่จำเลยยื่นอุทธรณ์โดยยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 156 ซึ่งนำมาใช้บังคับในคดีผู้บริโภคโดยอนุโลมตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 ค่าธรรมเนียมศาลตามบทบัญญัติ…

Supreme Court Judgment No. 5504/2550

ตามบทบัญญัติ ป.วิ.พ. มาตรา 156 วรรคท้าย เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาในชั้นอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 แล้ว จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 อาจอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายในกำหน…

Supreme Court Judgment, B.E. 2531 (ref. 61845)

ความว่า จำเลยทั้งสามฎีกา พร้อมกับยื่นคำร้องขอฎีกาอย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไต่สวนคำร้องแล้วเห็นว่ามีทรัพย์สินพอเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ มิได้ยากจนตามคำร้อง จึงให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสาม หากจำเลยทั้งสามประส…

Supreme Court Judgment No. 813/2504

การที่จะขอให้ศาลสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้ฟ้องหรือต่อสู้ความอย่างคนอนาถานั้น ต้องปรากฎว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้ได้รับอนุญาตให้ว่าความอย่างคนอนาถา ไม่ใช่เป็นของบุคคลอื่น

Supreme Court Judgment No. 1379/2549

ป.วิ.พ. มาตรา 155 ให้สิทธิแก่คู่ความที่จะขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาได้ หากคดีมีเหตุอันสมควรที่จะอุทธรณ์และตนเองเป็นคนยากจนไม่มีทรัพย์สินพอจะเสียค่าธรรมเนียม จำเลยยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up