Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58592)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อ ก. เป็น ฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาข้อ ข. เป็นฎีกาในปัญหาที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาโดยชอบตั้งแต่ศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ ก. ที่ว่า จำเลยให้บุคคลอื่นใช้ตั๋วเครื่องบินในชื่อบุตรของจำเลย เป็นเพียงการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทการบินไทย จำกัด ผู้เสียหายอันเป็นความผิดทางแพ่ง จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตต่อผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ ข. ที่ว่า การจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มีหมายจับ เมื่อทนายจำเลยได้ถามค้านพยานเป็นข้อต่อสู้ในการพิจารณาของศาลชั้นต้นและได้ยกขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาในปัญหาที่ได้ยกว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น ทั้งเป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยย่อมยกขึ้นได้เสมอ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 60)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 91 ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและคำเบิกความในชั้นศาล ของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี 8 เดือน กับให้จำเลยใช้เงินค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินแก่ ผู้เสียหายจำนวน 85,410 บาท ส่วนความผิดข้อหาอื่นนอกจากนี้ ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 58)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 60)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาจำเลยข้อ ก. ที่ว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตต่อผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง นั้น เป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่าง ฎีกาจำเลย ข้อนี้เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ ข. ที่จำเลยฎีกาว่า การจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มี หมายจับ เมื่อทนายจำเลยได้ถามค้านพยานเป็นข้อต่อสู้ในการพิจารณา ของศาลชั้นต้น และได้ยกขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ได้ยกว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า แม้เป็นข้อที่จำเลยได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง แต่จำเลยไม่ได้แสดงไว้โดยชัดเจนในฎีกาว่า การที่ ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยนั้น จะทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 546/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายฉลาด คงวุฒิจำเลยนายฉลาด คงวุฒิ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 218, ม. 225ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาข้อ ก. เป็น ฎีกาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก ฎีกาข้อ ข. เป็นฎีกาในปัญหาที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาโดยชอบตั้งแต่ศาลชั้นต้น ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 225 ประกอบมาตรา 195จึงไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ ก. ที่ว่า จำเลยให้บุคคลอื่นใช้ตั๋วเครื่องบินในชื่อบุตรของจำเลย เป็นเพียงการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของบริษัทการบินไทย จำกัด ผู้เสียหายอันเป็นความผิดทางแพ่ง จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตต่อผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกงนั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้อ ข. ที่ว่า การจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มีหมายจับ

เมื่อทนายจำเลยได้ถามค้านพยานเป็นข้อต่อสู้ในการพิจารณาของศาลชั้นต้นและได้ยกขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย จึงเป็นฎีกาในปัญหาที่ได้ยกว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้น ทั้งเป็นปัญหาเกี่ยวกับอำนาจฟ้อง ซึ่งเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน จำเลยย่อมยกขึ้นได้เสมอ โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 60)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ประกอบด้วยมาตรา 91 ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวม 2 กระทง จำคุก 4 ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและคำเบิกความในชั้นศาล ของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ

ลดโทษให้ หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยมีกำหนด 2 ปี 8 เดือน กับให้จำเลยใช้เงินค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินแก่ ผู้เสียหายจำนวน 85,410 บาท ส่วนความผิดข้อหาอื่นนอกจากนี้ ให้ยกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 58)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 60)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ตามฎีกาจำเลยข้อ ก. ที่ว่า จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตต่อผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง นั้น เป็นฎีกาโต้แย้งการรับฟังพยานหลักฐานของศาลล่าง ฎีกาจำเลย ข้อนี้เป็นฎีกาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาข้อ ข.

ที่จำเลยฎีกาว่า การจับกุมของเจ้าพนักงานตำรวจไม่ชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากไม่มี หมายจับ เมื่อทนายจำเลยได้ถามค้านพยานเป็นข้อต่อสู้ในการพิจารณา ของศาลชั้นต้น และได้ยกขึ้นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ได้ยกว่ากล่าวกันมาแล้วตั้งแต่ในศาลชั้นต้นนั้น เห็นว่า แม้เป็นข้อที่จำเลยได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลล่าง แต่จำเลยไม่ได้แสดงไว้โดยชัดเจนในฎีกาว่า การที่ ศาลอุทธรณ์ไม่ได้วินิจฉัยนั้น จะทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไปอย่างใด ฎีกาจำเลยข้อนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ปราโมทย์ ชพานนท์ · อุระ หวังอ้อมกลาง · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4687/2566

สำหรับความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โดยยังคงลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 1270/2563

ในคดีอาญาที่จำเลยไม่ให้การหรือให้การปฏิเสธ กฎหมายมีมาตรการให้มีการตรวจพยานหลักฐานโดยให้โจทก์ส่งเอกสารและวัตถุที่โจทก์จะอ้างเป็นพยานให้อีกฝ่ายตรวจสอบตามที่คู่ความร้องขอหรือศาลเห็นสมควรก่อนสืบพยานโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 1243/2563

การที่ผู้ตายที่ 2 เคยทำพินัยกรรมแบบเอกสารฝ่ายเมืองร่วมกับผู้ตายที่ 1 มาก่อน โดยมีข้อที่ 3 ระบุว่า พินัยกรรมฉบับนี้หากจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข หรือผู้ทำพินัยกรรมคนหนึ่งคนใดจะถอนพินัยกรรมฉบับนี้ หรือทำพิ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 638679)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 3 และที่ 5 ร่วมกับพวกฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ยิงปืนโดยใช่เหตุ และใช้อาวุธปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้กระทำความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดี…

Supreme Court Judgment No. 3880/2556

ความผิดฐานพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น และคงลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามคู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up