Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58598)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระที่สมควรจะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และจำเลย ได้หาประกันสำหรับจำนวนเงินและค่าเสียหายตามคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้น โดยนำหลักทรัพย์มาวางไว้ที่ศาลชั้นต้นแล้ว โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 17,633 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองและ บริวารออกไปจากอาคารพิพาทเลขที่ 131/21-22 และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 223)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 234)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสอง ได้รู้และเข้าใจข้อความในสัญญาเอกสารหมาย จ.1 จ.2 ดีแล้วสัญญาจองอาคารพิพาท จึงไม่เป็นโมฆียะกรรมเพราะกลฉ้อฉลแต่อย่างใด การที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่รู้และเข้าใจสัญญาจองเอกสารหมาย จ.1 จ.2 และโจทก์หลอกลวงจำเลยทั้งสอง สัญญาจองจึงเป็นโมฆียะกรรมเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมของโจทก์ชอบแล้วส่วนฎีกาของจำเลยทั้งสอง เกี่ยวกับฟ้องแย้งนั้น เห็นว่าฟ้องแย้งเป็นคดีฟ้องขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้าม ฎีกาในข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาเกี่ยวกับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 553/2537บริษัทบุญสิทธิ์ จำกัดโจทก์นางเตียง แซ่กี กับพวกจำเลยนางเตียง แซ่กี ที่ 1ผู้ยื่นคำร้องนางสาวสุภาพร แซ่ฉั่ว ที่ 2 จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคสองความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จึงไม่รับฎีกาจำเลยทั้งสองเห็นว่า ฎีกาของจำเลยเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเป็นสาระที่สมควรจะได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกา และจำเลย ได้หาประกันสำหรับจำนวนเงินและค่าเสียหายตามคำพิพากษาของ ศาลชั้นต้น โดยนำหลักทรัพย์มาวางไว้ที่ศาลชั้นต้นแล้ว โปรดมี คำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยทั้งสองไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงิน 17,633 บาทพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้จำเลยทั้งสองและ

บริวารออกไปจากอาคารพิพาทเลขที่ 131/21-22 และใช้ค่าเสียหายเดือนละ 6,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสองและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาทศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยทั้งสองฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับ (อันดับ 223)จำเลยทั้งสองจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 234)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสอง ได้รู้และเข้าใจข้อความในสัญญาเอกสารหมาย จ.1 จ.2 ดีแล้วสัญญาจองอาคารพิพาท จึงไม่เป็นโมฆียะกรรมเพราะกลฉ้อฉลแต่อย่างใด การที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่รู้และเข้าใจสัญญาจองเอกสารหมาย จ.1 จ.2 และโจทก์หลอกลวงจำเลยทั้งสอง สัญญาจองจึงเป็นโมฆียะกรรมเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละหนึ่งหมื่นบาท

ต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสอง เกี่ยวกับคำฟ้องเดิมของโจทก์ชอบแล้วส่วนฎีกาของจำเลยทั้งสอง เกี่ยวกับฟ้องแย้งนั้น เห็นว่าฟ้องแย้งเป็นคดีฟ้องขอให้ ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ไม่ต้องห้าม ฎีกาในข้อเท็จจริง ให้รับฎีกาเกี่ยวกับฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสอง ไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
สมปอง เสนเนียม · มีพาศน์ โปตระนันทน์ · ธวัชชัย พิทักษ์พล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up