Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58600)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าแรกเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าสองเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าแรก ที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย และถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยว กับความสงบ แม้จำเลยที่ 2 มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันในชั้นอุทธรณ์ ก็ไม่ต้องห้ามฎีกา และคดีของจำเลยไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 141 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน กระทงหนึ่ง ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 6,000 บาทจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน กระทงหนึ่ง ผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ให้ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 รวมเป็นเงินสี่เท่าของราคาของรวมค่าอากรเข้าด้วยเป็นเงิน148,899,935.24 บาท และจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปีด้วย อีกกระทงหนึ่งลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91รวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท ในสองกระทงแรกจำเลยที่ 2 ลงโทษทุกกรรมรวมจำคุก 2 ปี และรวมปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในกระทงที่สามเป็นเงิน 148,899,935.24 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 89แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 แต่ละกระทงไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2เข้าจัดการหรือสั่งการเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามฟ้องจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 77 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 555/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์บริษัทน้ำมันอิสาน จำกัด กับพวกจำเลยนายอนุเทพ ถนอมกุลบุตร จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าแรกเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้น และฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าสองเป็นฎีกาปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218 วรรคแรก จึงไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ฎีกาข้อ 2 ย่อหน้าแรก ที่ว่า การกระทำของจำเลยที่ 2 ไม่เป็นการกระทำผิดกฎหมาย และถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยว กับความสงบ แม้จำเลยที่ 2 มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันในชั้นอุทธรณ์ ก็ไม่ต้องห้ามฎีกา และคดีของจำเลยไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงโปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 90)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 141 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 4,000 บาท จำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน กระทงหนึ่ง ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 142 ลงโทษจำเลยที่ 1 ปรับ 6,000 บาทจำเลยที่ 2 จำคุก 6 เดือน กระทงหนึ่ง ผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ให้ปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 รวมเป็นเงินสี่เท่าของราคาของรวมค่าอากรเข้าด้วยเป็นเงิน148,899,935.24 บาท และจำเลยที่ 2 จำคุก 1 ปีด้วย อีกกระทงหนึ่งลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91รวมปรับจำเลยที่ 1 เป็นเงิน 10,000 บาท ในสองกระทงแรกจำเลยที่ 2 ลงโทษทุกกรรมรวมจำคุก 2 ปี และรวมปรับจำเลยที่ 1 ที่ 2 ในกระทงที่สามเป็นเงิน 148,899,935.24 บาท โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 56 ฯลฯศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 89แผ่นที่ 2)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 90)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 แต่ละกระทงไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกจำเลยที่ 2 ฎีกาว่าโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานว่าจำเลยที่ 2เข้าจัดการหรือสั่งการเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามฟ้องจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องร่วมรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 77 เป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์รับฟังมาว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าวศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาชอบแล้ว ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · สมมาตร พรหมานุกูล · ทองเลื่อน พูลพิพัฒน์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up