Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58601)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาจำเลยทั้งสามข้อแล้ว เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกา นอกจากนั้นยังโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษจำเลย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาเข้าข่ายที่จะต้องยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 มาปรับ จำเลยอุทธรณ์ไว้แล้วแต่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัย กับข้อแตกต่างของพยานโจทก์เป็นข้อสำคัญที่จะพิพากษายกฟ้องได้เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ส่วนโจทก์ร่วมไม่ปรากฏว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ (อันดับ 90)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายเอี้ยซิมแซ่โหลผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีคดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ในข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อแตกต่างของพยานโจทก์ในคดีนี้ถือว่าเป็นข้อสำคัญในคดีนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 มาปรับบทและข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นการป้องกัน นั้น แม้ตามข้ออ้างดังกล่าวจะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในเนื้อหาตามฎีกากลับเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงมีผลเท่ากับเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 557/2537พนักงานอัยการ กองคดีศาลแขวง (ตลิ่งชันโจทก์โจทก์ร่วมโจทก์นายเอี้ยชิม แซ่โหลโจทก์นายวิชัย จงรักษ์จำเลยนายวิชัย จงรักษ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า พิเคราะห์ฎีกาจำเลยทั้งสามข้อแล้ว เป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามที่จำเลยฎีกา นอกจากนั้นยังโต้เถียงดุลพินิจในการลงโทษจำเลย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงไม่รับฎีกาจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาที่ว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาเข้าข่ายที่จะต้องยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 มาปรับ จำเลยอุทธรณ์ไว้แล้วแต่ศาลอุทธรณ์ไม่วินิจฉัย กับข้อแตกต่างของพยานโจทก์เป็นข้อสำคัญที่จะพิพากษายกฟ้องได้เป็นปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ

โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ส่วนโจทก์ร่วมไม่ปรากฏว่าได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ (อันดับ 90)ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น นายเอี้ยซิมแซ่โหลผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ลงโทษจำคุก 1 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 84)จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86)คำสั่งคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลล่างและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปีคดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคแรก ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

พ.ศ. 2499 มาตรา 4 ในข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อแตกต่างของพยานโจทก์ในคดีนี้ถือว่าเป็นข้อสำคัญในคดีนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง สำหรับข้อที่จำเลยฎีกาว่า ข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมา ต้องด้วยหลักเกณฑ์ที่จะยกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 มาปรับบทและข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาเป็นการป้องกัน นั้น แม้ตามข้ออ้างดังกล่าวจะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ในเนื้อหาตามฎีกากลับเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ จึงมีผลเท่ากับเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเช่นกันที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สะสม สิริเจริญสุข · กู้เกียรติ สุนทรบุระ · ชัยนาท พันตาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 2104/2567

การวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด หรือพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มี…

Supreme Court Judgment No. 1016/2567

จำเลยฎีกาโต้เถียงว่าพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุคนใดจะเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบมีอำนาจสรุปสำนวนและทำความเห็นควรสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องส่งไปพร้อมกับสำนวนเพื่อให้พนักงานอัยการพิจารณาตาม ป.วิ.อ. มา…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up