Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5861/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 บัญญัติไว้เพียงว่า เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อเพราะผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบเงินที่ผู้ให้เช่าซื้อรับไว้และกลับเข้าครอบครองทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อเท่านั้น การที่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อกำหนดให้จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในขณะที่โจทก์มีสิทธิกลับเข้าครอบครองรถยนต์ ย่อมเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องซ้ำซ้อนกัน ไม่สอดคล้องกับบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนสัญญาเลิกกันได้ คงเรียกได้แต่ค่าใช้ทรัพย์ตลอดเวลาที่จำเลยที่ 1 ครอบครองทรัพย์อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม และค่าเสียหายอื่นที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดนอกเหนือจากค่าเสียหายอันเกิดจากการใช้ทรัพย์โดยชอบ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ หมายเลขทะเบียน 7 ป - 2554กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา 140,208 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 5 โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ยังครอบครองใช้รถยนต์โจทก์ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากส่งคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคา 110,000 บาท และชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ 46,736 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์ 56,000 บาทและค่าเสียหายอีกวันละ 200 บาท

นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคาจำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากส่งคืนไม่ได้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ราคา 80,000บาท กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 14,000บาท และชำระค่าเสียหายอีกวันละ 50 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 28 มกราคม 2542)จนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคา แต่ไม่เกิน 100 วัน คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นเงินรวม 26,000 บาท และชำระค่าเสียหายอีกวันละ 50 บาท

นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนหรือใช้ราคา แต่ไม่เกิน 360 วัน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2540 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ แอโร่ บอดี้ หมายเลขทะเบียน 7 ป - 2554กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา 140,208 บาท ตกลงผ่อนชำระ 24 งวด งวดละ5,842 บาท ภายในวันที่ 5 ของทุก ๆ เดือน ติดต่อกันไป เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 5พฤษภาคม 2540 โดยจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 และสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 จำเลยที่ 1ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 5 ประจำวันที่ 5 กันยายน 2540 เป็นต้นมา วันที่ 24เมษายน 2541 โจทก์บอกเลิกสัญญาและให้จำเลยทั้งสองส่งมอบรถยนต์คืนแก่โจทก์แล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย

คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าโจทก์มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระนับแต่วันผิดนัดจนถึงวันบอกเลิกสัญญาตามฟ้องได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเช่าที่ค้างชำระจากจำเลยที่ 1 เพราะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 มิได้ห้ามหรือจำกัดสิทธิเรียกร้องของผู้เช่าซื้อในการเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ และตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 1 วรรคสอง ได้กำหนดให้ผู้เช่าซื้อชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาจนครบถ้วนแก่เจ้าของจนถึงวันบอกเลิกสัญญา ซึ่งไม่ใช่ข้อสัญญาที่กำหนดให้ชดใช้ค่าเสียหายล่วงหน้า แต่เป็นข้อสัญญาตามกฎหมายที่จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระหนี้ที่เกิดขึ้นตามผลของสัญญาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574 บัญญัติไว้แต่เพียงว่า

เมื่อมีการบอกเลิกสัญญาเพราะผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิริบเงินที่ผู้ให้เช่าซื้อรับไว้ และกลับเข้าครอบครองทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อเท่านั้น การที่โจทก์กำหนดให้จำเลยที่ 1 ต้องชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในขณะที่โจทก์มีสิทธิกลับเข้าครอบครองรถยนต์ ย่อมเป็นการใช้สิทธิเรียกร้องซ้ำซ้อนกัน ไม่สอดคล้องตามบทบัญญัติของกฎหมาย โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนสัญญาเลิกกันอีกได้ โจทก์คงเรียกได้เพียงค่าที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้ทรัพย์ที่เช่าซื้อตลอดเวลาที่ครอบครองทรัพย์อยู่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 วรรคสาม และค่าเสียหายเพราะเหตุอื่นที่จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดนอกเหนือจากค่าเสียหายอันเกิดแต่การใช้ทรัพย์โดยชอบ

ส่วนที่โจทก์อ้างว่าตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 1 วรรคสอง ที่จำเลยทำไว้กับโจทก์ระบุว่าเมื่อสัญญาเช่าซื้อเลิกกัน ผู้เช่าซื้อมีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระอยู่ก่อนสัญญาเลิกกันนั้นเห็นว่า ข้อกำหนดในสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวเป็นการกำหนดค่าเสียหายวิธีหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นการกำหนดเบี้ยปรับไว้ล่วงหน้า แม้ตามคำฟ้องของโจทก์จะเรียกร้องมาเป็นค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไม่ได้เรียกร้องเป็นค่าเสียหายฐานผิดสัญญาต่อโจทก์ก็ตาม แต่ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์กล่าวว่าโจทก์ได้ทวงถามให้จำเลยทั้งสองชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระแล้ว แต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉย โจทก์ได้รับความเสียหาย ซึ่งพอถือได้ว่าโจทก์ได้เรียกค่าเสียหายฐานจำเลยใช้รถยนต์อันเป็นทรัพย์ของโจทก์มาตลอดเวลา ที่จำเลยที่ 1 ยังคงครอบครองอยู่ ศาลย่อมมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้จำเลยใช้ค่าเสียหายพอสมควรแก่ความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วิศณุ เลื่อมสำราญ · สายันต์ สุรสมภพ · วิรัช ลิ้มวิชัย
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2575/2546

แม้ตามสัญญาเช่าซื้อจะระบุว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อไม่ว่างวดหนึ่งงวดใด ให้เจ้าของมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อได้โดยทันที และยินยอมให้เจ้าของทำการยึด และเข้าครอบครองรถยนต์นั้นก็ตาม แต่เมื่อ…

Supreme Court Judgment No. 162/2546

คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายศาลฎีกาต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวน สัญญาเช่าซื้อกำหนดให้จำเลยที่ 1 ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างช…

Supreme Court Judgment No. 1814/2545

จำเลยนำวิทยุเครื่องเล่นเทป เครื่องเล่นซีดี ลำโพงและอุปกรณ์ เครื่องเสียงมาสู่รถที่เช่าซื้อก็เพื่อประโยชน์ของจำเลยมิใช่เพื่อประโยชน์แก่การจัดดูแล ใช้สอยหรือรักษาทรัพย์ที่เป็นประธานคือรถที่เช่าซื้อทรัพย์…

Supreme Court Judgment No. 5363/2545

โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกันตามสัญญาเช่าซื้อว่า ถ้าจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระเงินใด ๆ จำเลยที่ 1 ยอมให้ผู้แทนหรือลูกจ้างของโจทก์เข้าไปยังสถานที่ของจำเลยที่ 1เพื่อยึดรถยนต์ได้ไม่ว่าโจทก์จะได้บอกเลิกสัญญากั…

Supreme Court Judgment No. 3796/2540

คดีนี้จำเลยให้การต่อสู้ว่า จำเลยได้ลงชี่อสั่งจ่ายเช็คพิพาทชำระหนี้ค่าเช่าซื้อแก่โจทก์โดยไม่ได้กรอกข้อความ แต่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทเพียงข้อเดียวว่า จำเลยต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทแก่โจทก์ห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up