Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58612)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอีกทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อบังคับและระเบียบของจำเลย ซึ่งปฏิบัติกับโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎระเบียบข้อบังคับ และโจทก์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีตามคำฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 55)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยและสั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและหน้าที่สุดท้ายตามเดิม ในอัตราค่าจ้างสุดท้ายและขึ้นเงินเดือนให้แก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากขาดรายได้นับตั้งแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างจนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง(21 เมษายน 2536) เป็นเงิน 125,471.63 บาทและให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในส่วนที่โจทก์ขาดรายได้ในอัตราเดือนละ 10,550 บาท นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จหากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในส่วนของค่าตอบแทน ค่าจ้างเป็นเงิน4,260,200 บาทศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ในระหว่างที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกมลชัชวาล ได้รับชำระเงินค่าบริการการใช้โทรศัพท์จากผู้ใช้บริการรายหนึ่งเป็นเช็ค1 ฉบับ ซึ่งเป็นการชำระค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ 5 ฉบับกับใบเตือน 1 ฉบับรวมกัน แต่โจทก์คืนใบเตือนให้ผู้ใช้บริการและมิได้ออกหลักฐานการชำระเงินส่วนนั้นให้แก่ผู้ใช้บริการเมื่อมีการส่งมอบเช็คและเงินสดให้แก่นายเวรรับฝากเงินสดจำนวน1,199.30 บาท ตามใบเตือนได้ขาดหายไป และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินไปส่งให้แก่นายภาณุพงศ์ รวมธรรม ในการส่งเงินโจทก์มิได้ลงบัญชีสมุดรับส่งเงินการที่เงินจำนวน1,199.30 บาท หายไปจึงเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของโจทก์ การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง ผู้ใช้บริการถูกตัดการใช้โทรศัพท์ คณะกรรมการจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน เพราะมีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 52)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานในสำนวนฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินสดและเช็คไปส่งมอบให้แก่นายภาณุพงศ์ และโจทก์มิได้รับชำระเงินจำนวนที่ขาดหายไปเป็นเงินสดดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแต่ได้รับเป็นเช็คและมอบเช็คให้จำเลยแล้วนั้นและโจทก์มิได้ทำให้จำเลยเสียหายหรือเสียชื่อเสียงล้วนเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งไล่ออกเป็นการไม่ชอบหากศาลฎีกาฟังว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในส่วนที่โจทก์ได้รับย้อนหลังด้วยนั้น เห็นว่าคดีมีประเด็นเฉพาะข้อที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลางที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 578/2537นายประสิทธิ์ ม่วงเลี่ยมโจทก์การสื่อสารแห่งประเทศไทยจำเลยนายประสิทธิ์ ม่วงเลี่ยม โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 31, ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางสั่งว่าอุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 54จึงไม่รับอุทธรณ์โจทก์เห็นว่า อุทธรณ์ของโจทก์เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายอีกทั้งเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับข้อบังคับและระเบียบของจำเลย ซึ่งปฏิบัติกับโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎระเบียบข้อบังคับ และโจทก์ไม่ได้รับการพิจารณาคดีตามคำฟ้อง โปรดมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 55)โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยและสั่งให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและหน้าที่สุดท้ายตามเดิม ในอัตราค่าจ้างสุดท้ายและขึ้นเงินเดือนให้แก่โจทก์ ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายอันเนื่องมาจากขาดรายได้นับตั้งแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างจนถึงวันที่โจทก์ฟ้อง(21 เมษายน 2536) เป็นเงิน 125,471.63 บาทและให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายในส่วนที่โจทก์ขาดรายได้ในอัตราเดือนละ 10,550 บาท

นับจากวันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จหากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน ให้จำเลยจ่ายค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในส่วนของค่าตอบแทน ค่าจ้างเป็นเงิน4,260,200 บาทศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ในระหว่างที่โจทก์ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกมลชัชวาล ได้รับชำระเงินค่าบริการการใช้โทรศัพท์จากผู้ใช้บริการรายหนึ่งเป็นเช็ค1 ฉบับ ซึ่งเป็นการชำระค่าบริการตามใบแจ้งหนี้ 5 ฉบับกับใบเตือน 1 ฉบับรวมกัน แต่โจทก์คืนใบเตือนให้ผู้ใช้บริการและมิได้ออกหลักฐานการชำระเงินส่วนนั้นให้แก่ผู้ใช้บริการเมื่อมีการส่งมอบเช็คและเงินสดให้แก่นายเวรรับฝากเงินสดจำนวน1,199.30 บาท ตามใบเตือนได้ขาดหายไป และฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินไปส่งให้แก่นายภาณุพงศ์

รวมธรรม ในการส่งเงินโจทก์มิได้ลงบัญชีสมุดรับส่งเงินการที่เงินจำนวน1,199.30 บาท หายไปจึงเกิดจากความบกพร่องในการทำงานของโจทก์ การกระทำของโจทก์ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง ผู้ใช้บริการถูกตัดการใช้โทรศัพท์ คณะกรรมการจำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงาน เพราะมีพฤติการณ์ไม่น่าไว้วางใจการเลิกจ้างเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรม

Result

พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์(อันดับ 52)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 53)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว การที่โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานในสำนวนฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้นำเงินสดและเช็คไปส่งมอบให้แก่นายภาณุพงศ์ และโจทก์มิได้รับชำระเงินจำนวนที่ขาดหายไปเป็นเงินสดดังที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแต่ได้รับเป็นเช็คและมอบเช็คให้จำเลยแล้วนั้นและโจทก์มิได้ทำให้จำเลยเสียหายหรือเสียชื่อเสียงล้วนเป็นอุทธรณ์โต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลแรงงานกลาง เพื่อนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ จึงเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 ส่วนอุทธรณ์ข้อที่ว่า การที่จำเลยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานโดยผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีคำสั่งไล่ออกเป็นการไม่ชอบหากศาลฎีกาฟังว่าเป็นการเลิกจ้างที่เป็นธรรมขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าจ้างในส่วนที่โจทก์ได้รับย้อนหลังด้วยนั้น เห็นว่าคดีมีประเด็นเฉพาะข้อที่ว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรมหรือไม่ อุทธรณ์ข้อนี้ของโจทก์จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานกลางที่ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ธวัชชัย พิทักษ์พล · ชลิต ประไพศาล · ชลอ บุณยเนตร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 4048/2561

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การยอมรับว่าจำเลยได้รับหนังสือลาออกจากโจทก์ การที่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่าโจทก์ยื่นหนังสือลาออกต่อ ร. กรรมการผู้จัดการใหญ่ของจำเลย ซึ่งหมา…

Supreme Court Judgment No. 2/2548

จำเลยอุทธรณ์ข้อแรกว่า ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงไม่ถูกต้องตามที่ปรากฏในสำนวน แม้จะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย แต่ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์และจำเลยได้ตกลงกำหนดค่าจ้างและผลประโยชน์ตอบแทนในการทำงานของ…

Supreme Court Judgment No. 1389/2546

การที่โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการสาขาของธนาคารจำเลยทำรายการซื้อตั๋วแลกเงินแทนลูกค้า จากนั้นเก็บตั๋วแลกเงินที่ขายให้ลูกค้าไว้แล้วออกสมุดเงินฝากให้แก่ลูกค้าโดยที่ลูกค้ามิได้ฝากเงินไว้กับจำเลย เป็นการฝ่าฝืนต่…

Supreme Court Judgment, B.E. 2543 (ref. 27600)

โจทก์อุทธรณ์ว่า การกู้ยืมเงินเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์การที่จำเลยออกระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานว่า ห้ามพนักงานปล่อยเงินกู้ โดยถือเป็นความผิดในกรณีร้ายแรง เป็นการออกระเบียบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up