Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58634)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อ 2 ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นการโต้แย้งเรื่องดุลพินิจของศาลจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีมีราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาข้อ 3โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 3 เป็นกรณีพิพาทที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงถึงฎีกาข้อ 2 ด้วย กล่าวคือ เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษในการที่จำเลยทั้งหกได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนที่ควรคิดและคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและ เหตุอันควรถึงแม้โจทก์จะใช้ทางสาธารณประโยชน์สัญจรไปมาจาก ส่วนอื่นได้บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นการใช้สัญจรไปมาไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยไม่สามารถสัญจรไปมาในการเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทของโจทก์ได้เช่นปกติเหมือนก่อนมา โจทก์เห็นว่าเป็นปัญหา สำคัญและเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนราคาทรัพย์หรือทุนทรัพย์ตาม ฟ้องของโจทก์นั้นเป็นเพียงการประเมินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับ ความเสียหายเป็นพิเศษอันเป็นการปฏิบัติเพื่อยังความเสียหายและ ความเดือดร้อนให้สิ้นไปเท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไรส่วนข้อหาเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ภายใน 7 วัน ให้จำหน่ายคดีเมื่อครบกำหนดเวลาแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 9)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 11)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฎีกาโจทก์ข้อ 3 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลที่มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเรื่องบุกรุกที่ดินของโจทก์เป็นคดีใหม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าธรรมเนียมที่เกินมา 160 บาทคืนให้โจทก์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 662/2537นายบุญทศ กองทองโจทก์นายปวน บุญขาว กับพวกจำเลยนายบุญทศ กองทอง โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248 วรรคแรกความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะข้อ 2 ส่วนฎีกาข้อ 3 เป็นการโต้แย้งเรื่องดุลพินิจของศาลจึงเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง คดีมีราคาทรัพย์สินหรือทุนทรัพย์พิพาทไม่เกินสองแสนบาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกจึงไม่รับฎีกาข้อ 3โจทก์เห็นว่า ฎีกาข้อ 3 เป็นกรณีพิพาทที่มีความสัมพันธ์และเกี่ยวโยงถึงฎีกาข้อ 2 ด้วย กล่าวคือ เมื่อโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษในการที่จำเลยทั้งหกได้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนที่ควรคิดและคาดหมายได้ว่าจะเป็นไปตามปกติและ เหตุอันควรถึงแม้โจทก์จะใช้ทางสาธารณประโยชน์สัญจรไปมาจาก ส่วนอื่นได้บ้างก็ตาม แต่ก็เป็นการใช้สัญจรไปมาไม่สะดวกเท่าที่ควร โดยไม่สามารถสัญจรไปมาในการเข้าทำประโยชน์ในที่พิพาทของโจทก์ได้เช่นปกติเหมือนก่อนมา

โจทก์เห็นว่าเป็นปัญหา สำคัญและเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนราคาทรัพย์หรือทุนทรัพย์ตาม ฟ้องของโจทก์นั้นเป็นเพียงการประเมินค่าทดแทนที่โจทก์ได้รับ ความเสียหายเป็นพิเศษอันเป็นการปฏิบัติเพื่อยังความเสียหายและ ความเดือดร้อนให้สิ้นไปเท่านั้น โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งหกได้รับสำเนาคำร้องหรือไม่ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในข้อหาเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ เพราะโจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิและได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไรส่วนข้อหาเกี่ยวกับที่ดินของโจทก์ให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ภายใน 7 วัน ให้จำหน่ายคดีเมื่อครบกำหนดเวลาแล้วศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว(อันดับ 9)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 11)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฎีกาโจทก์ข้อ 3 เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจของศาลที่มีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเรื่องบุกรุกที่ดินของโจทก์เป็นคดีใหม่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง และต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคแรกศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาข้อนี้ชอบแล้ว ยกคำร้อง ค่าธรรมเนียมที่เกินมา 160 บาทคืนให้โจทก์

Matter details

Panel of judges
จรัญ หัตถกรรม · นาม ยิ้มแย้ม · สุรินทร์ นาควิเชียร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up