Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58643)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดี นี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยบางข้อคัดค้านการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยกำหนดโทษ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนฎีกาบางข้อที่อ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ก็ล้วนแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ ก.(1)1.1 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์นำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมารับฟังเพื่อลงโทษจำเลย ข้อ ก.(1)1.2ที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดซึ่งจำเลยได้ถูกลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3182/2535ข้อ ก.(1)1.3 ที่ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ และการที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยจึงเป็นการลงโทษซ้ำในการกระทำผิดกรรมเดียว ข้อ 2 ก.2 ที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยมิได้ดำเนินกระบวน พิจารณาตามพระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมประพฤติ และข้อ 2 ก.3 ที่ว่า คำรับสารภาพของจำเลยในคดีนี้ไม่เป็นคำรับสารภาพตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ล้วนเป็นปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย การวินิจฉัยว่า ข้อกฎหมายใด ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาต้องกระทำโดยความเห็นชอบ ของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ควรได้รับการวินิจฉัยนั้น เป็นการสั่งโดยไม่มีอำนาจ โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498มาตรา 4,6,22,23 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครอง วางโทษจำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปตามทางสาธารณะ วางโทษจำคุก 2 ปี ฐานมี และ ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม วางโทษจำคุก 2 เดือน รวมวางโทษจำคุก 4 ปี 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก จำเลย 2 ปี 1 เดือน พิเคราะห์รายงานพนักงานคุมประพฤติประกอบ สำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 2894/2535 ที่ศาลสั่งให้นำมาผูกติด กับสำนวนคดีนี้แล้ว เห็นว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาแล้ว หลายครั้ง รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 แม้ขณะคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล จำเลยยังหาเข็ดหลาบไม่ ยังกระทำความผิดในคดีนี้อีก ทั้งกระทำความผิดในบริเวณศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยหาได้มีความยำเกรงต่อกฎหมายไม่ โทษจำคุก ไม่เห็นสมควรรอการลงโทษให้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 55) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59) คำสั่ง พิเคราะห์ แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 1 ถึงข้อ 3 ที่ว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้นเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาที่ว่าคำรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นคำรับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 โจทก์ไม่สืบพยานโจทก์ต้องแพ้นั้น เป็นข้อที่มิได้กล่าวกันมาในศาลล่าง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา และการที่จะวินิจฉัยว่าปัญหาข้อกฎหมายใดควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่นั้นก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 766/2537พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุดโจทก์นายพรเทพ สุริยเสนีย์จำเลยนายธีระพันธุ์ ทินกูล ทนายจำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 15, ม. 218, ม. 223 ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดี นี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินห้าปี ฎีกาของจำเลยบางข้อคัดค้านการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยกำหนดโทษ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกส่วนฎีกาบางข้อที่อ้างว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ก็ล้วนแต่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 249 วรรคแรก จึงมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยจำเลยเห็นว่า ฎีกาข้อ ก.(1)1.1 ที่ว่า ศาลอุทธรณ์นำข้อเท็จจริงนอกสำนวนมารับฟังเพื่อลงโทษจำเลย ข้อ ก.(1)1.2ที่ว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดซึ่งจำเลยได้ถูกลงโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3182/2535ข้อ

ก.(1)1.3 ที่ว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ และการที่ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยจึงเป็นการลงโทษซ้ำในการกระทำผิดกรรมเดียว ข้อ 2 ก.2 ที่ว่า ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยมิได้ดำเนินกระบวน พิจารณาตามพระราชบัญญัติวิธีดำเนินการคุมประพฤติ และข้อ 2 ก.3 ที่ว่า คำรับสารภาพของจำเลยในคดีนี้ไม่เป็นคำรับสารภาพตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ล้วนเป็นปัญหา ข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนและเป็น สาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย การวินิจฉัยว่า ข้อกฎหมายใด ควรได้รับการวินิจฉัยจากศาลฎีกาต้องกระทำโดยความเห็นชอบ ของรองประธานศาลฎีกาซึ่งประธานศาลฎีกามอบหมาย การที่ศาลชั้นต้น มีคำสั่งว่าเป็นข้อกฎหมายที่ไม่ควรได้รับการวินิจฉัยนั้น เป็นการสั่งโดยไม่มีอำนาจ

โปรดมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยไว้ พิจารณาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 59)ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ พ.ศ. 2490 มาตรา 7,8 ทวิ วรรคแรก,72 วรรคสาม,72 ทวิ วรรคสอง พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498มาตรา 4,6,22,23 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ฐานมีอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้อื่นไว้ในครอบครอง วางโทษจำคุก 2 ปี ฐานพาอาวุธปืนไปตามทางสาธารณะ วางโทษจำคุก 2 ปี ฐานมี และ ใช้เครื่องวิทยุคมนาคม วางโทษจำคุก 2 เดือน รวมวางโทษจำคุก 4 ปี 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 กึ่งหนึ่ง

คงลงโทษจำคุก จำเลย 2 ปี 1 เดือน พิเคราะห์รายงานพนักงานคุมประพฤติประกอบ สำนวนคดีหมายเลขแดงที่ 2894/2535 ที่ศาลสั่งให้นำมาผูกติด กับสำนวนคดีนี้แล้ว เห็นว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาแล้ว หลายครั้ง รวมทั้งความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ. 2490 แม้ขณะคดียังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาล จำเลยยังหาเข็ดหลาบไม่ ยังกระทำความผิดในคดีนี้อีก ทั้งกระทำความผิดในบริเวณศาล แสดงให้เห็นว่าจำเลยหาได้มีความยำเกรงต่อกฎหมายไม่ โทษจำคุก ไม่เห็นสมควรรอการลงโทษให้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งดังกล่าว (อันดับ 55) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 59) คำสั่ง พิเคราะห์ แล้ว ฎีกาของจำเลยข้อ 1 ถึงข้อ 3 ที่ว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายนั้นเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ ซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ส่วนฎีกาที่ว่าคำรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นคำรับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 176 โจทก์ไม่สืบพยานโจทก์ต้องแพ้นั้น เป็นข้อที่มิได้กล่าวกันมาในศาลล่าง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกา และการที่จะวินิจฉัยว่าปัญหาข้อกฎหมายใดควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่นั้นก็เป็นอำนาจของศาลชั้นต้นที่จะพิจารณาสั่งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 223 ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
สมคิด ไตรโสรัส · พรชัย สมรรถเวช · สถิตย์ ไพเราะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 2948/2555

ในชั้นอุทธรณ์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อุทธรณ์โต้แย้งเฉพาะในส่วนดุลพินิจการกำหนดโทษของศาลชั้นต้นการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ฎีกาในทำนองว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้องนั้น จึงเป็นการฎีกาในข้อ…

Supreme Court Judgment No. 10579/2554

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ปรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 กระทงละ 1,800 บาท จำเลยที่ 4 อายุกว่าสิบเจ็ดปี แต่ยังไม่เกินยี่สิบปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ป.อ.…

Supreme Court Judgment No. 15690/2553

การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจ…

Supreme Court Judgment No. 5474/2553

จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องย้อนไปวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ร่วมได้มอบหมายให้จำเลยดำเนินการในลักษณะที่ส่งมอบการครอบครองเงินไปอยู่กับ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up