Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58656)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านศาลชั้นต้นจึงสั่งใหม่เป็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ การที่ศาลสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2จึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งรับฎีกาจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 และสั่งใหม่เป็นไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า ผลของการที่โจทก์ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลมีแต่เพียงให้สัญญาจะซื้อจะขายเป็นโมฆะเท่านั้นจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็น ราคาเงินได้ จำเลยที่ 2 จึงยื่นฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 816 เลขที่ดิน 36 ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรีลงวันที่ 8 ธันวาคม 2532ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 81,88)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1480 โดยโจทก์มิได้มีคำขอเกี่ยวกับทรัพย์สินตามสัญญา นั้นมาเป็นของโจทก์แต่อย่างใด จึงเป็นคดีที่พิพาทกันด้วย นิติกรรมที่ทำขึ้น อันเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 960/2537นางปาน จันทร์โภชาหรือแซ่ลิ้มโจทก์นายประสงค์ จันทร์โภชา กับพวกจำเลยนายไล้ เที่ยงธรรม จำเลยที่ 2ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 248ความว่า จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้านศาลชั้นต้นจึงสั่งใหม่เป็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 2เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ การที่ศาลสั่งรับฎีกาของจำเลยที่ 2จึงเป็นการสั่งโดยผิดหลง จึงมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งที่สั่งรับฎีกาจำเลยที่ 2 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 27 และสั่งใหม่เป็นไม่รับฎีกาจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 เห็นว่า

ผลของการที่โจทก์ขอให้เพิกถอนการฉ้อฉลมีแต่เพียงให้สัญญาจะซื้อจะขายเป็นโมฆะเท่านั้นจึงเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็น ราคาเงินได้ จำเลยที่ 2 จึงยื่นฎีกาได้ทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้พิจารณา พิพากษาต่อไปด้วยหมายเหตุ ไม่ปรากฎหลักฐานว่าโจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้วหรือไม่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.)เลขที่ 816 เลขที่ดิน 36 ตำบลกลัดหลวง อำเภอท่ายางจังหวัดเพชรบุรีลงวันที่ 8 ธันวาคม 2532ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 ฎีกา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 81,88)จำเลยที่ 2 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 92)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินสินสมรสตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1480 โดยโจทก์มิได้มีคำขอเกี่ยวกับทรัพย์สินตามสัญญา นั้นมาเป็นของโจทก์แต่อย่างใด จึงเป็นคดีที่พิพาทกันด้วย นิติกรรมที่ทำขึ้น อันเป็นคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้ไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248วรรคสอง ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 2ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยให้รับฎีกาของจำเลยที่ 2 ไว้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค · วุฒิ คราวุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1020/2567

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "การฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอุทธรณ์ ให้กระทำได้เมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา" และวรรคสอง บัญญัติว่า "การขออนุญาตฎีกา ให้ยื่นคำร้องพร้อมกับคำฟ้องฎีกาต่อศาล…

Supreme Court Judgment No. 6381/2562

ค่าขาดไร้อุปการะเป็นหนี้ที่สามารถแบ่งแยกเป็นส่วนของโจทก์แต่ละคน โดยโจทก์ทั้งสองสามารถฟ้องเรียกเฉพาะส่วนของตนโดยลำพังได้ ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาจึงต้องถือตามจำนวนค่าขาดไร้อุปการะที่โจทก์แต่ละคนมีสิ…

Supreme Court Judgment No. 4839/2562

การที่โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 เป็นการใช้สิทธิยื่นคำร้องในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ มิใช่เป็นคดีที่โจทก์ร่วมฟ้องเองโดยตรง จึงต้องถือว่…

Supreme Court Judgment No. 3826/2562

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดก จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่ตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งหกในฐานะทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดก ขอให้บังคับจำเลยโอนที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งหก จึงเป็นเรื่องที…

Supreme Court Judgment No. 2262/2562

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และขอให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ปีละ 6,000 บาท นับจากวันฟ้อง จำเลยให้การว่า จำเลยอยู่ในฐานะเป็นผู้ที่จะได้รับการจดทะเบียนอยู่ก่อน โจทก์รับโอนที่ดินพิพาทมาโดยไม่สุจ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up