คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 979/2537พนักงานอัยการประจำศาลแขวงอุดรธานีโจทก์นายมังกร ทุมสงคราม กับพวกจำเลยนายมังกร ทุมสงคราม ที่ 1 นายสุพิศ สร้อยกุดเรือ ที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 3 กระทำความผิดในขณะ ที่มีอายุ 15 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 15 วัน ไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทน ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 113) จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 115) คำสั่ง
ศาลฎีกาวินิจฉัย
พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 15 วันเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1
Result
พิพากษายืน การที่จำเลยที่ 1และที่ 3 ฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลว่า พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้จำเลยที่ 1และที่ 3 กระทำไปโดยเชื่อว่าเป็นที่ดินของนายคำบาง อินทร์คง และสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกให้ยกคำร้อง