Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2537 (ref. 58660)

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 3 กระทำความผิดในขณะ ที่มีอายุ 15 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 15 วัน ไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทน ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 113) จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 115) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 15 วันเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน การที่จำเลยที่ 1และที่ 3 ฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลว่า พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้จำเลยที่ 1และที่ 3 กระทำไปโดยเชื่อว่าเป็นที่ดินของนายคำบาง อินทร์คง และสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกให้ยกคำร้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 979/2537พนักงานอัยการประจำศาลแขวงอุดรธานีโจทก์นายมังกร ทุมสงคราม กับพวกจำเลยนายมังกร ทุมสงคราม ที่ 1 นายสุพิศ สร้อยกุดเรือ ที่ 3ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 218 ความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับฎีกา จำเลยที่ 1 ที่ 3 เห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยที่ 1 และที่ 3 ไว้พิจารณาต่อไปด้วย หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 3 มีความผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9,108 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำเลยที่ 3 กระทำความผิดในขณะ ที่มีอายุ 15 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก จำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 15 วัน ไม่ปรากฎว่าจำเลยที่ 1 และที่ 3 เคยรับโทษจำคุกมาก่อน จึงให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นโทษกักขังแทน ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ที่ 3 ฎีกา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 113) จำเลยที่ 1 ที่ 3 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 115) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1มีกำหนด 1 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 15 วันเปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทนยกฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ภาค 1

Result

พิพากษายืน การที่จำเลยที่ 1และที่ 3 ฎีกาโต้แย้งเกี่ยวกับดุลพินิจของศาลว่า พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักหักล้างพยานโจทก์ได้จำเลยที่ 1และที่ 3 กระทำไปโดยเชื่อว่าเป็นที่ดินของนายคำบาง อินทร์คง และสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 และที่ 3 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรกให้ยกคำร้อง

Matter details

Panel of judges
ระพินทร บรรจงศิลป · สุทธิ นิชโรจน์ · ปรีชา นาคพันธุ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 715/2567

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 277 วรรคหนึ่ง, 279 วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบมาตรา 285 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตาม ป.อ. มาตรา 91 ลดโ…

Supreme Court Judgment No. 518/2567

การยื่นฎีกาในคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคสอง และมาตรา 223 บัญญัติให้ยื่นต่อศาลชั้นต้น และให้เป็นหน้าที่ของศาลชั้นต้นตรวจฎีกาว่าควรจะรับส่งขึ้นไปยังศาลฎีกาหรือไม่ เมื่อผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up