Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5891/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ก่อสร้างสะพานไม่ตรงตามสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิไม่รับมอบงานและบอกเลิกสัญญาได้ แต่เมื่อโจทก์ก่อสร้างสะพานเสร็จ ประชาชนได้ใช้ถนนและสะพานมาตลอดเป็นเวลามากกว่า 2 ปี ยังไม่ปรากฏความเสียหายของสะพานแสดงว่าแม้โจทก์จะก่อสร้างสะพานบกพร่องและไม่ตรงตามแบบ แต่งานบางส่วนได้มาตรฐานและส่วนที่ผิดแบบก็ยังใช้งานได้บ้าง การที่จำเลยปล่อยให้ประชาชนใช้สะพานได้เป็นการที่จำเลยเอาผลงานของโจทก์ที่สมบูรณ์ออกใช้ประโยชน์ โจทก์สมควรจะได้รับเงินค่าก่อสร้างบางส่วน การที่โจทก์ตอก เสาเข็มตอม่อ กลางน้ำผิดจากแบบเกิดจากช่างของโจทก์ตอก เสาเข็มโดยไม่ดูแบบว่าให้ตอก เสาเข็มแบบใด และช่างของจำเลยควบคุมการตอก เสาเข็มโดยไม่ดูแบบเช่นกัน โดยคนทั้งสองเข้าใจว่าการตอก เสาเข็มตรงตามแบบในสัญญาแล้ว แม้ความผิดพลาดจะเกิดจากความประมาทเลินเล่อของโจทก์ แต่ก็เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของช่างควบคุมงานของจำเลยด้วย จำเลยจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้น.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ว่าจ้างให้โจทก์ทำการก่อสร้างถนนและสะพาน ซึ่งจะต้องสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 2 สะพาน การคิดค่าจ้างโจทก์จำเลยตกลงกันคิดตามเนื้องาน สำหรับสะพานทั้งสองคิดเป็นเงิน 1,000,000 บาท โจทก์ทำงานเสร็จโดยถูกต้องแล้ว แต่จำเลยไม่ยอมรับงานและไม่จ่ายเงินค่าจ้างก่อสร้างสะพานทั้งสอง ขอให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวพร้อมค่าเสียหายรวม 1,400,000 บาท และดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ทำงานให้เสร็จบริบูรณ์ตามสัญญากล่าวคือสะพานที่กิโลเมตรที่ 4 + 507 พบว่ามีรอยร้าวตลอดแนวสะพานและกำลังอัดของสะพานคอนกรีตไม่ได้ตามข้อกำหนด ส่วนสะพานกิโลเมตรที่ 4 + 911 การก่อสร้างฐานรากผิดแบบจากสัญญา จำเลยได้แจ้งให้โจทก์ดำเนินการแก้ไขแล้ว โจทก์บ่ายเบี่ยงไม่จัดการให้ จำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่สามารถแก้ไขซ่อมแซมได้แล้ว เป็นการไม่อาจปฏิบัติตามสัญญาได้ต่อไป จึงบอกเลิกสัญญา ขอให้ศาลยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน จำนวน 600,000 บาทพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันที่ศาลพิพากษาเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ก่อสร้างสะพานทั้งสองไม่ตรงตามสัญญา

จำเลยจึงมีสิทธิไม่รับมอบงานและบอกเลิกสัญญาได้ จำเลยมิได้ผิดสัญญา แต่ได้ความว่าเมื่อโจทก์ก่อสร้างสะพานทั้งสองเสร็จ ประชาชนได้ใช้ถนนและสะพานทั้งสองมาตลอดเป็นเวลามากกว่า 2 ปี ยังไม่ปรากฏความเสียหายของสะพานทั้งสอง แสดงว่าแม้โจทก์จะก่อสร้างสะพานทั้งสองบกพร่องและไม่ตรงตามแบบ แต่งานบางส่วนได้มาตรฐานและส่วนที่ผิดแบบก็ยังใช้งานได้บ้างซึ่งจำเลยเองก็ยอมรับว่างานที่บกพร่องของโจทก์นี้สามารถที่จะแก้ไขได้ ดังนั้นการที่จำเลยจะไม่จ่ายเงินค่าก่อสร้างสะพานทั้งหมดให้แก่โจทก์ จึงไม่เป็นธรรมแก่โจทก์ เพราะการที่จำเลยปล่อยให้ประชาชนใช้สะพานทั้งสองได้ เป็นการที่จำเลยเอาผลงานของโจทก์ที่สมบูรณ์ออกใช้ประโยชน์แล้ว ส่วนโจทก์สมควรจะได้รับเงินค่าก่อสร้างสะพานเท่าใดนั้น

เห็นว่า สะพานที่กิโลเมตรที่ 4 + 507 จำเลยจ้างโจทก์ก่อสร้างราคา 400,000 บาทจากการที่ศาลได้เดินเผชิญสืบได้ความว่า บนสะพานสภาพปกติไม่มีรอยร้าวหรือบุบสลาย แต่มีรอยอุดรูซึ่งจำเลยเจาะพื้นคอนกรีตไปตรวจวิเคราะห์ ส่วนสภาพใต้พื้นสะพานมีรอยเส้นคล้ายรอยแตกงาเท่าเส้นผมขวางสะพาน 3 เส้น และด้านยาว 1 เส้น ซึ่งจำเลยอ้างว่าการซ่อมแซมจะต้องรื้อพื้นสะพานแล้วเทคอนกรีตใหม่ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยได้จัดให้ มีการประมูลซ่อมแซมแก้ไขสะพานทั้งสองแต่ไม่ปรากฏว่ามีผู้เข้าประกวดราคาหรือไม่ และคิดค่าซ่อมแซมเท่าใด เห็นว่า สะพานนี้ถ้าจะซ่อมแซมให้มีสภาพดีสมบูรณ์ตามสัญญาแล้วจะใช้เงินไม่เกิน 100,000 บาท โจทก์จึงสมควรได้รับเงินค่าก่อสร้างสะพานนี้จากจำเลย 300,000 บาท

ส่วนสะพานที่กิโลเมตรที่ 4 + 911 จำเลยจ้างโจทก์ก่อสร้างราคา 600,000 บาท ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยได้เสนอให้โจทก์แก้ไขโดยปูเคเบี้ยน คือทำกล่องตะแกรงเหล็กปูที่พื้นดินบริเวณเสาตอม่อแล้วเอาหินวางทับเพื่อป้องกันมิให้น้ำกัดเซาะตอม่อและตลิ่ง บริเวณนั้น และโจทก์ได้ว่าจ้างโรงงานสรีอำพล ให้ทำตะแกรงเหล็กดังกล่าวในราคาเกือบ 200,000บาท และขอให้จำเลยไปตรวจสอบว่าจะใช้ได้หรือไม่ แต่จำเลยได้บอกเลิกสัญญาเสียก่อนซึ่งในข้อที่ว่าโจทก์ตอกเสาเข็มตอม่อกลางน้ำผิดจากแบบนั้น โจทก์อ้างว่าแบบตอกเสาเข็มดังกล่าวหายจึงไปขอคำแนะจากนายเฉลียงช่างควบคุมการก่อสร้างของจำเลย นายเฉลียงสั่งให้ตอกเสาเข็มเดี่ยว ซึ่งนายเฉลียงเบิกความว่ารู้และเห็นโจทก์ตอกเสาเข็มเดียวจริง ที่ไม่ได้ทักท้วงหรือห้ามปรามเพราะนายศราวุธช่างผู้ควบคุมงานของโจทก์บอกว่าเป็นไปตามแบบแล้ว และรับว่าไม่ได้นำแบบมาตรวจดู

การตอกเสาเข็มผิดนี้ตนเองก็มีส่วนรับผิดชอบอยู่ด้วย จึงฟังได้ว่าการตอกเสาเข็มผิดครั้งนี้เกิดจากช่องของโจทก์ตอกเสาเข็มโดยไม่ดูแบบว่าให้ตอกเสาเข็มแบบใด และช่างของจำเลยควบคุมการตอกเสาเข็มโดยไม่ดูแบบเช่นกัน โดยคนทั้งสองเข้าใจว่าการตอกเสาเข็มครั้งนี้ตรงตามแบบในสัญญาแล้ว แม้ความผิดพลาดครั้งนี้จะเกิดจากความประมาทเลินเล่อของฝ่ายโจทก์ แต่ก็เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่บกพร่องของช่างควบคุมของจำเลยด้วยชอบที่จำเลยจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นเห็นสมควรให้จำเลยชำระค่าก่อสร้างสะพานดังกล่าวนี้ให้โจทก์500,000 บาทพิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินค่าก่อสร้างสะพานทั้งสองให้โจทก์รวมเป็นเงิน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ.

Matter details

Panel of judges
สุวิทย์ ธีรพงษ์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · อุไร คังคะเกตุ
Source
กองผุ้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3934/2552

ตามคำฟ้องโจทก์บอกเลิกสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสวนป่าแล้วเรียกค่าเสียหายสองส่วน คือ ส่วนหนึ่งให้จำเลยคืนเงินทั้งหมดที่รับไปและอีกส่วนหนึ่งเรียกค่าผลประโยชน์ตอบแทนตามที่โฆษณาว่าโจทก์จะได้รับ ซึ่งการเร…

Supreme Court Judgment No. 1336/2545

โจทก์และจำเลยทำสัญญาจะซื้อจะขายตึกแถวกัน ต่อมาจำเลยปลูกสร้างตึกแถวเสร็จพร้อมที่จะโอนให้แก่โจทก์แล้ว แต่โจทก์ไม่ยอมชำระราคาส่วนที่เหลือแก่จำเลย ทั้งโจทก์ยังขอร้องให้จำเลยช่วยบอกขายตึกแถวดังกล่าวให้ด้วย…

Supreme Court Judgment No. 1958/2534

โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินจากจำเลย และผ่อนชำระราคาเรื่อยมาจำเลยได้ออกหลักฐานการชำระเงินงวดสุดท้ายให้โจทก์ระบุว่า"จ่ายให้หมดแล้ว" ซึ่งความจริงเงินที่ต้องผ่อนชำระยังขาดอยู่อีก2,600 บาท แต่จำเลยคำนวณผ…

Supreme Court Judgment No. 2389/2529

จำเลยส่งสินค้าที่มีคุณภาพชำรุดบกพร่องทำให้ผู้ซื้อในต่างประเทศปฏิเสธไม่ยอมรับซื้อสินค้า เป็นเหตุให้โจทก์ขายสินค้านั้นไม่ได้ จำเลยต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องดังกล่าว โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาและเรียกค่า…

Supreme Court Judgment No. 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up