Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 589738)

พ.ศ. 2558 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติดังกล่าวไว้ในบัญชีระบุพยานยื่นต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่ง และมีเหตุอันสมควรที่จะขออนุญาตยื่นพยานเอกสารดังกล่าวต่อศาลฎีกา เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงของเอกสาร และพยานเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ดังนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงรับสำเนาเอกสารดังกล่าวเป็นพยานในชั้นฎีกา ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่า โจทก์ที่ 1 เรียกโจทก์ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกจำเลยทั้งสองสำนวนว่า จำเลย โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้จำเลยและบริวารขนย้าย รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและเก็บเกี่ยวพืชผลออกไปจากที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แปลงที่ 7 เลขที่ 3467 และ 3466 ระวาง ส.ป.ก. ที่ 1963กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี และให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ทั้งสองคนละ 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และค่าขาดประโยชน์ในอัตราเดือนละ 500 บาท ต่อไร่ จนกว่าจะส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากที่ดินตามหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน เลขที่ 3467 และ 3466 อำเภอเกาะจันทร์(ที่ถูก กิ่งอำเภอเกาะจันทร์) จังหวัดชลบุรี ของโจทก์ที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 คนละ 140,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 28 เมษายน 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 500 บาท ต่อไร่ จนกว่าจะส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสองสำนวน โดยกำหนดค่าทนายความสำนวนละ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1 และที่ 2 คนละ 46,800 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง(ฟ้องวันที่ 28 เมษายน 2554) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และค่าเสียหายในอัตราเดือนละ 200 บาท ต่อไร่จนกว่าจำเลยจะออกจากที่ดินตามฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาศาลชั้นต้นที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ทั้งสองกล่าวอ้างในคำฟ้องว่าโจทก์ทั้งสองมีสิทธิในที่ดินพิพาท เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยโจทก์ที่ 1 ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเลขที่ 3467 ระวาง ส.ป.ก. 1963 กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 39 ไร่ 3 งาน ส่วนโจทก์ที่ 2 ได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เลขที่ 3466 ระวาง ส.ป.ก. ที่ 1963 กิ่งอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 39 ไร่ 3 งาน 37 ตารางวา หลังจากโจทก์ทั้งสองได้รับเอกสารสิทธิแล้วโจทก์ทั้งสองมีความประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน แต่จำเลยโต้แย้งสิทธิของโจทก์โดยรื้อถอนหลักหมุดเสาปูนที่แสดงแนวเขตที่ดินของโจทก์ จึงขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาทและชดใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จากการใช้ที่ดินพิพาทแก่โจทก์ทั้งสอง

จำเลยให้การต่อสู้ว่า โจทก์ทั้งสองไม่ใช่เกษตรกรตามความหมายของพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 4 จึงไม่มีสิทธิที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาตั้งแต่ต้น จึงไม่มีสิทธิได้รับเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 แต่เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรีเพิ่งมีมติให้เพิกถอนสิทธิของโจทก์ทั้งสองระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา จึงเป็นกรณีที่จำเลยไม่สามารถระบุมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรีให้โจทก์ทั้งสองสิ้นสิทธิการได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินเป็นพยานต่อศาลชั้นต้นภายในกำหนดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 วรรคหนึ่ง ได้ จึงมีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะขออนุญาตยื่นพยานเอกสารดังกล่าวต่อศาลฎีกา

เมื่อโจทก์ทั้งสองไม่ได้คัดค้านการมีอยู่และความแท้จริงของเอกสารและพยานเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญเกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี ดังนี้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม จึงรับสำเนามติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดชลบุรีที่ให้โจทก์ทั้งสองสิ้นสิทธิการได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินเขตปฏิรูปที่ดินแนบท้ายคำร้องฉบับลงวันที่ 18 กรกฎาคม 2556 ของจำเลยเป็นพยานในชั้นฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87 (2) และเห็นว่า ผลจากมติดังกล่าวทำให้โจทก์ทั้งสองสิ้นสิทธิการได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทที่ได้รับมอบจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมว่าด้วยการให้เกษตรกร และสถาบันเกษตรกรผู้ได้รับที่ดินจากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน

พ.ศ.2535 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2540 ข้อ 11 (3) เนื่องจากขาดคุณสมบัติการเป็นเกษตรกรตามความหมายแห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมพ.ศ.2518 มาตรา 4 ซึ่งมีผลเสมือนโจทก์ทั้งสองไม่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทมาก่อน โจทก์ทั้งสองจึงไม่มีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น สำหรับฎีกาของจำเลยข้ออื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลง

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ให้โจทก์แต่ละสำนวนใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวมสำนวนละ 10,000 บาท

Matter details

Panel of judges
ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · ธีระพงศ์ จิระภาค · ประมวญ รักศิลธรรม
Lower court
ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเพิ่มศักดิ์ บุญผาติ
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายศิริชัย คุณจักร
Supreme Court black case no.
พ1325-1326/2558
Trial court black case no.
พ466/2554
Trial court red case no.
พ1213/2554
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

Supreme Court Judgment No. 3201/2559

บัญชีระบุพยานของโจทก์ระบุเพียงต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาซ่อมเรือพร้อมคำแปลเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับ "Work Done Report" แต่อย่างใด ถือไม่ได้ว่าเป็นการแสดงความจำนงที่จะอ้างอิ…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Supreme Court Judgment, B.E. 2558 (ref. 633736)

ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรรคหนึ่ง กำหนดให้คู่ความที่มีความจำนงจะอ้างอิงพยานหลักฐานสนับสนุนข้ออ้างหรือข้อเถียงของตน ต้องยื่นบัญชีระบุพยานต่อศาลก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน หากคู่ความประสงค์จะยื่นบัญชีระบุ…

Supreme Court Judgment No. 4108/2558

ป.วิ.พ. มาตรา 87 (2) ใช้ในกรณีที่คู่ความฝ่ายที่อ้างพยานหลักฐานได้แสดงความจำนงที่จะอ้างอิงพยานหลักฐาน แต่มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานให้ถูกต้องไว้ตามมาตรา 88 และในกรณีที่คู่ความมิได้ส่งสำเนาเอกสารล่วงหน้าตาม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up