Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5900/2549

พ.ศ. 2549 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์และลงลายมือชื่อรับมอบรถยนต์ไว้ในสัญญาเช่าซื้อล่วงหน้าโดยยังไม่ได้รับรถยนต์ไป การที่จำเลยที่ 1 มอบหมายให้จำเลยที่ 2 ไปรับรถยนต์ที่เช่าซื้อจากโจทก์ ไม่ใช่เป็นการมอบให้เป็นตัวแทนในการทำสัญญาเช่าซื้อ จึงไม่จำต้องมีหนังสือมอบอำนาจจากจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 ฎีกาโต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลล่างที่วินิจฉัยว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 แต่ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคดีที่ให้จำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ได้ ฎีกาของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 523,548 บาท และให้ร่วมกันชำระค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์เป็นเงิน 84,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 84,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับค่าเสียหายต่อไปอีกเดือนละ 14,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์หรือใช้ราคาแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 และที่ 3 ให้การขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อยี่ห้อโตโยต้า ไฮลักซ์ไทเกอร์ รุ่น 3,000 ซีซี แบบกระบะบรรทุก หมายเลขเครื่องยนต์ 5 แอล - 9038631 หมายเลขโครงรถ เอ็มอาร์ 032 แอลเอ็นจี 705016340 คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ร่วมกันใช้ราคาแทนเป็นเงิน 402,000 บาท และให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์จำนวน 66,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 66,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2543) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ต่อไปอีกเดือนละ 11,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแต่ไม่เกิน 6 เดือน และให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 3 ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 3,000 บาท จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2542 จำเลยที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์โตโยต้า ไฮลักซ์ไทเกอร์ รุ่น 3,000 ซีซี แบบกระบะบรรทุกกับโจทก์ในราคา 523,548 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ได้มอบสมุดบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 ให้โจทก์นำไปถ่ายสำเนาและให้จำเลยที่ 1 รับรองสำเนาถูกต้องไว้พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน แต่บัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 หมดอายุ จำเลยที่ 1 แจ้งแก่นางกนกพร พนักงานบริษัทโจทก์ พยาน ว่าจะไปทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่กับจำเลยที่ 2 แล้วจำเลยที่ 1 จะมอบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ที่รับรองถูกต้องพร้อมเงินให้จำเลยที่ 2 นำมาให้โจทก์เพื่อรับรถจากโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 1 ได้ลงลายมือชื่อรับมอบรถไว้ล่วงหน้าในสัญญาเช่าซื้อด้วย

หลังจากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกัน จำเลยที่ 2 ได้นำสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่ 1 ที่จำเลยที่ 1 รับรองความถูกต้องพร้อมเงิน 176,039 บาท มามอบให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ลงชื่อรับมอบรถที่เช่าซื้อไปแทนจำเลยที่ 1 ดังนั้น การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 จึงเป็นเพียงการมอบหมายให้จำเลยที่ 2 รับรถที่เช่าซื้อแทนจำเลยที่ 1 เท่านั้น หาใช่เป็นตัวแทนในการทำสัญญาเช่าซื้อแทนจำเลยที่ 1 ไม่ จึงไม่จำต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้รับรถ และโจทก์ไม่จำต้องสอบถามไปยังจำเลยที่ 1 ก่อนว่าจะให้จำเลยที่ 1 รับรถแทนหรือไม่ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ได้แจ้งเรื่องดังกล่าวแก่โจทก์ไว้ก่อนแล้ว ถือว่าจำเลยที่ 1 ได้รับมอบรถตามสัญญาเช่าซื้อแล้ว เมื่อต่อมาจำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อและโจทก์บอกเลิกสัญญาแล้ว

จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถคืนโจทก์และชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาโต้แย้งว่าจำเลยที่ 2 เป็นตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่า ไม่ว่าศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอย่างไรก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลของคดีได้ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

Matter details

Panel of judges
สถิตย์ ทาวุฒิ · สุรพล เจียมจูไร · เฉลิมศักดิ์ บุญยงค์
Lower court
ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายวรวัฒน์ กุสลางกูรวัฒน์
ศาลอุทธรณ์ - นายสรศักดิ์ วาจาสิทธิศิลป์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3394/2527

โจทก์มีหนังสือรับรองของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกรุงเทพมหานครและหนังสือมอบอำนาจประกอบคำเบิกความของ ค. ผู้รับมอบอำนาจเป็นพยานโดยจำเลยมิได้นำสืบหักล้างแต่ประการใด ย่อม เป็นการเพียงพอที่ฟังได้ว่าโจทก์เป็น…

Supreme Court Judgment No. 1602/2551

เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยร่วมแล้ว ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยร่วมถูกโต้แย้งสิทธิในชั้นอุทธรณ์ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 55 จำเลยร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 1363/2551

คดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลย (โจทก์คดีนี้) คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อแก่จำเลย (โจทก์คดีนี้) หากคืนไม่ได้ให้ชดใช้ราคากับโจทก์ต้องชำระค่าเสียหายจำนวนหนึ่ง จำเลยไม่สามารถนำเจ้าพนักงานบังคับคดี…

Supreme Court Judgment No. 8011/2548

คู่สัญญาลงลายมือชื่อด้วยกันทั้งสองฝ่ายในสัญญาเช่าซื้อแม้เพียงแห่งเดียวก็มีผลเป็นสัญญาเช่าซื้อที่สมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อและจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อได้ลงลายมือชื่อด้วยกันทั้งสองฝ่ายในหนั…

Supreme Court Judgment No. 491/2546

คดีนี้ทุนทรัพย์ที่พิพาทในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาท จำเลยฎีกาเกี่ยวกับค่าเสียหายเป็นฎีกาในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ส่วนฎีกาในข้อกฎหมายที่ว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up