Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5944/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยมีต่อผู้ร้อง เป็นหนี้ที่จำเลยติดต่อกับผู้ร้องในทางธุรกิจโดยใช้ชื่อว่า ป. ตลอดมาผู้ร้องไม่อาจทราบได้ว่าจำเลยได้ถูกศาลสั่งพิทักษ์เด็ดขาดและเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้นแล้ว ถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดได้ และถือว่าเป็นกรณีมีเหตุสุดวิสัย ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อศาลหลังจากสิ้นระยะเวลาแล้วได้ แต่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำขอขยายระยะเวลาเสียภายในเวลาอันสมควรที่ผู้ร้องอาจยื่นได้หลังจากที่ทราบเรื่องจำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้วการที่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หลังจากทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้วเป็นเวลาหนึ่งเดือนเศษโดยมิได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ก่อนแล้ว จึงมาขอขยายระยะเวลาตามคำร้องนี้ ผู้ร้องย่อมไม่อาจขอขยายระยะเวลาได้คดีนี้มูลกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2535 เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ประกาศโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในหนังสือพิมพ์ฉบับลงวันที่ 27 มกราคม 2536 และประกาศโฆษณาในราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2536 ครบกำหนดที่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในวันที่ 9 เมษายน 2536 ครั้นวันที่ 7มิถุนายน 2536

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องไม่ทราบมาก่อนว่าจำเลยได้เปลี่ยนชื่อจากนายประกิต ชูกิตติกุล เป็นนายชลัชช ชูกิตติกุล และถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดผู้ร้องเพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวจากคำแถลงของจำเลยเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2536อันเป็นวันนัดพิจารณาคดีของศาลจังหวัดตากที่ผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องลูกหนี้เป็นจำเลยขอให้ล้มละลายตามคดีหมายเลขดำที่ ล.1/2536ของศาลจังหวัดตาก จึงเป็นเหตุสุดวิสัยทำให้ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ทันภายในเวลาที่กำหนด ขอให้มีคำสั่งขยายระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า กรณีมีเหตุสมควรที่จะขยายระยะเวลายื่นคำขอรับชำระหนี้ให้แก่ผู้ร้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้ร้องเป็นนิติบุคคล และหนี้ตามคำพิพากษาที่จำเลยมีต่อผู้ร้องปรากฏว่าเป็นหนี้ที่จำเลยติดต่อกับผู้ร้องในทางธุรกิจโดยใช้ชื่อว่านายประกิต ชูกิตติกุล ตลอดมาเมื่อผู้ร้องยื่นฟ้องจำเลยในชื่อนายประกิต เป็นคดีล้มละลายต่อศาลจังหวัดตาก โดยยื่นฟ้องหลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีนี้แล้ว ปรากฏว่าจำเลยยอมรับหมายเรียกของศาลจังหวัดตากโดยมิได้โต้แย้งว่า จำเลยมิได้ชื่อนายประกิต กรณีเช่นนี้จึงเป็นการยากที่ผู้ร้องจะรู้ชื่อใหม่ของจำเลยได้ ดั้งนั้นคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ดี

การโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ดีที่ได้กระทำในชื่อของจำเลยว่า นายชลัชช ชูกิตติกุลแต่เพียงชื่อเดียว ผู้ร้องย่อมไม่อาจทราบได้ว่านายประกิตได้ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด และเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์นั้นแล้ว ถือได้ว่าเป็นพฤติการณ์พิเศษที่ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายในกำหนด 2 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดได้ และถือว่าเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัย ผู้ร้องจึงมีสิทธิยื่นคำขอขยายระยะเวลาต่อศาลหลังจากสิ้นระยะเวลาแล้วได้ แต่ผู้ร้องจะต้องยื่นคำขอขยายระยะเวลาเสียภายในเวลาอันสมควรที่ผู้ร้องอาจยื่นได้หลังจากที่ทราบเรื่องจำเลยถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดแล้ว

ปัญหาจึงมีต่อไปว่า ผู้ร้องทราบเรื่องที่จำเลยถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อใด ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำร้องของผู้ร้องเองว่า ผู้ร้องทราบว่าจำเลยได้เปลี่ยนชื่อเป็นนายชลัชชเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2536 ตามคำแถลงของจำเลยและจำเลยได้ยื่นส่งสำเนาหนังสือทะเบียน ชื่อตัว ชื่อรอง แบบ ช.3ในวันพิจารณาของศาลจังหวัดตากแล้ว ย่อมถือว่าผู้ร้องทราบเรื่องที่จำเลยได้เปลี่ยนชื่อจากนายประกิตเป็นนายชลัชชและจำเลยถูกศาลพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในชื่อนายชลัชช ตลอดจนเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้โฆษณาคำสั่งนั้นแล้วตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2536ซึ่งหากผู้ร้องมีข้อสงสัยผู้ร้องสามารถตรวจสอบได้จากสำนวนคดีนี้หรือจากที่ว่าการอำเภอผู้ออกหนังสือสำคัญแบบ

ช.3 ดังกล่าวภายในเวลาอันสมควร เพราะมีรายละเอียดชัดเจนจากคำแถลงของจำเลยและเอกสารอื่น ๆ กับต้นฉบับเอกสารการเปลี่ยนชื่อที่เก็บรักษาที่อำเภอ แต่ผู้ร้องกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการดังกล่าว การที่ผู้ร้องยื่นคำขอรับชำระหนี้หลังจากทราบคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดแล้วเป็นเวลานานถึงหนึ่งเดือนเศษ โดยมิได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอขยายระยะเวลาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 153 ก่อน แล้วจึงมาขอขยายระยะเวลาตามคำร้องนี้ ผู้ร้องย่อมไม่อาจขอขยายระยะเวลาได้ ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยให้ยกคำร้องของผู้ร้องชอบแล้ว"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุทธิ นิชโรจน์ · สมาน เวทวินิจ · สะสม สิริเจริญสุข
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6270/2538

เมื่อปรากฏว่าคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ก็ดี การโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ก็ดีได้กระทำในชื่อใหม่ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมเป็นเหตุทำให้ผู้ร้องไม่อาจทราบว่าพ. และ อ. ลูกหนี้ตามคำพิพากษาของผู้ร้องก็คือ ก. และ ธ.…

Supreme Court Judgment No. 5945/2538

พ.ร.บ. ล้มละลาย ฯ มาตรา 91 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขยายกำหนดเวลาขอรับชำระหนี้ให้อีกไม่เกิน 2 เดือน เฉพาะแต่เจ้าหนี้ที่อยู่นอกราชอาณาจักรเท่านั้น เมื่อเจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ยื่นคำ…

Supreme Court Judgment No. 2999/2531

การที่จำเลยติดต่อทางธุรกิจกับผู้ร้องซึ่งเป็นนิติบุคคลโดยใช้ชื่อว่า นายศุกร์สันต์เตชะธาดากุล ตลอดมา และชื่อนี้จำเลยได้เปลี่ยนมาจากชื่อเดิมว่านายฉ่งคี้แซ่แต้ เมื่อประมาณ20 ปี มาแล้ว จึงเป็นการยากที่ผู้ร…

Supreme Court Judgment No. 1199/2559

คดีนี้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในวันที่ 8 มิถุนายน 2553 ก่อนที่ศาลล้มละลายกลางจะมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ที่ 1 เด็ดขาดในคดีหมายเลขแดงที่ 7620/2553 ในวันที่ 15 ม…

Supreme Court Judgment No. 10777/2558

ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 27 บัญญัติไว้ว่า "เมื่อศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้จะขอรับชำระหนี้ได้ก็แต่โดยปฏิบัติตามวิธีการที่กล่าวไว้ในพระราชบัญญัตินี้..." ซึ่งตามหมวด 4 วิ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up