คำฟ้องและคำให้การ
ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 1752/2532นายสมบุญ อุ่นวงศ์โจทก์นายบุญชู บุญชูรัตนภาพจำเลยนายสมบุญ อุ่นวงศ์ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 195, ม. 220, ม. 224ความว่า
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า รับฎีกาเฉพาะความผิดตามมาตรา 172 ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ส่วนฎีกาข้ออื่นเป็นปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220ไม่รับโจทก์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำหรือละเว้นการกระทำตามหน้าที่โดยมิชอบอันมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162ทั้งข้อความตามที่ปรากฏในเอกสาร จ.3 จำเลยกระทำต่อหน้าบุคคลที่สามทำให้โจทก์เสียหาย การกระทำของจำเลยย่อมมีมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 อีกด้วย ฎีกาของโจทก์ทุกข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมาย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ทุกข้อไว้พิจารณาต่อไปหมายเหตุ จำเลยได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 56)โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162,172,326,328,90,91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว
เห็นว่าคดีไม่มีมูล พิพากษายกฟ้องศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาบางข้อดังกล่าว(อันดับ 48)โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 52)คำสั่งพิเคราะห์แล้ว ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,162ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้มีหน้าที่รับรองคุณสมบัติโจทก์ การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยวินิจฉัยว่า การที่จำเลยไม่รับรองโจทก์เพราะเห็นว่าโจทก์ไม่เหมาะสมและไม่เป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จึงเป็นกรณีที่ศาลล่างทั้งสองยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาว่า จำเลยมีหน้าที่รับรองโจทก์จำเลยไม่รับรองความประพฤติโจทก์เพราะเจตนากลั่นแกล้งเนื่องจากมีสาเหตุโกรธเคืองกัน จึงเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามบทกฎหมายดังกล่าวส่วนความผิดในข้อหาตามมาตรา 326,328 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าอุทธรณ์ของโจทก์ไม่เป็นการโต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัย ดังนี้ ความผิดในข้อหาตามมาตรา 326,328 จึงมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ โจทก์จะฎีกาว่า ความผิดในข้อหาดังกล่าวมีมูลความผิดอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาโจทก์ชอบแล้ว ยกคำร้อง