Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 5971/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในการขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนหรือบางส่วน หรือให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/32 วรรคหนึ่งหรือวรรคสองแล้ว พระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/32 วรรคสาม กำหนดให้ผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสองต่อศาลได้ภายในกำหนด 14 วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง เมื่อคดีมาสู่ศาลตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว กฎหมายให้อำนาจศาลในการพิจารณาคำร้องคัดค้านโดยในการพิจารณานั้น ศาลต้องพิจารณาตามประเด็นที่ปรากฏในคำร้อง คำคัดค้านเพื่อจะทราบว่ามีประเด็นพิพาทใดที่คู่ความโต้เถียงกันอยู่ หากมีข้อเท็จจริงใดเป็นที่โต้เถียงกันอยู่และกรณีจำต้องรับฟังพยานหลักฐานเพื่อวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว ศาลต้องให้คู่ความที่เกี่ยวข้องแสดงหรือนำสืบพยานหลักฐานนั้น เมื่อคดีนี้ผู้ทำแผนและเจ้าหนี้ได้โต้เถียงกันอยู่และผู้ทำแผนมีความประสงค์จะสืบพยานเพิ่มเติมและได้ความว่าลูกหนี้ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกล่าวหาเจ้าหนี้กับพวกเป็นคดีอาญาในข้อหายักยอกและได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้กับพวกต่อศาลแรงงานกลางเรียกเงินที่ทุจริตคืนแก่ลูกหนี้เป็นจำนวนมาก คดียังไม่ถึงที่สุด ทั้งศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นที่โต้เถียงกันอยู่ยังไม่พอแก่การวินิจฉัย กรณีสมควรให้ผู้ทำแผนนำสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นพิจารณาได้จนสิ้นกระแสความ จึงต้องย้อนสำนวนคืนไปยังศาลล้มละลายกลางเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลายฯ มาตรา 28

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลแพ่งมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้และตั้งบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์ คอร์เปอเรท รีสตัคเจอริ่ง จำกัด เป็นผู้ทำแผน ต่อมามีคำสั่งตั้งบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์ส เอฟ เอ เอส จำกัด เป็นผู้ทำแผนคนใหม่ และวันที่ 12กุมภาพันธ์ 2542 ศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนโดยมีบริษัทไพร้ซวอเตอร์เฮ้าส์ คูเปอร์สเอฟ เอ เอส จำกัด เป็นผู้บริหารแผน หลังจากนั้นได้มีการโอนคดีนี้มาพิจารณาที่ศาลล้มละลายกลางเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ พร้อมดอกเบี้ยเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ให้บรรดาเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และผู้ทำแผน ตรวจคำขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/29แล้ว

ปรากฏว่าเจ้าหนี้รายธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารแห่งโตเกียว มิตซูบิชิจำกัด และผู้ทำแผนโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการในมูลหนี้จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพส่วนบริษัท ค่าชดเชยและค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงิน 3,760,000 บาท จากลูกหนี้ผู้ทำแผนยื่นคำร้องคัดค้าน ขอศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์และยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้เจ้าหนี้ยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้องศาลล้มละลายกลางได้กำหนดวันนัดไต่สวนพยานของผู้ทำแผนแล้ว มีคำสั่งว่าในส่วนที่ผู้ทำแผนได้ร้องคัดค้านว่าเจ้าหนี้กระทำการทุจริตต่อลูกหนี้ คดีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแรงงานกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางยังมิได้มีคำวินิจฉัยเป็นที่ยุติว่าเจ้าหนี้ได้กระทำการทุจริตต่อลูกหนี้ และที่ได้มีการกล่าวหาดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหนี้ก็ยังไม่ปรากฏผลคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีอาญาอันจะรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่าเจ้าหนี้ได้กระทำการทุจริตต่อลูกหนี้ ทั้งตามพยานหลักฐานที่ผู้ทำแผนนำเสนอต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในชั้นโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ไม่อาจรับฟังได้ชัดเจนว่าเจ้าหนี้รายนี้ได้กระทำการโดยทุจริตหรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย กรณีไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้ยกคำร้องคัดค้านผู้บริหารแผนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "กรณีสมควรวินิจฉัยปัญหาตามอุทธรณ์ของผู้บริหารแผนก่อนว่า

การที่ผู้ทำแผนประสงค์จะนำสืบพยานบุคคลและพยานเอกสารเพิ่มเติมประกอบการพิจารณาในชั้นศาล ศาลล้มละลายกลางเห็นว่าไม่จำต้องสืบพยานเพิ่มเติม คดีพอวินิจฉัยได้และมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานผู้ทำแผนชอบหรือไม่ เห็นว่าในการขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้นั้น เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้เต็มจำนวนหรือบางส่วนหรือให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 40/32 วรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 90/32 วรรคสาม บัญญัติว่า "การคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ผู้มีส่วนได้เสียอาจยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลได้ภายในกำหนด 14 วัน

นับแต่วันที่ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์" ดังนี้ เมื่อคดีมาสู่ศาลตามบทบัญญัติดังกล่าวแล้ว กฎหมายให้อำนาจศาลในการพิจารณาคำร้องคัดค้านโดยในการพิจารณานั้นศาลต้องพิจารณาตามประเด็นที่ปรากฏอยู่ในคำร้อง คำคัดค้าน เพื่อจะทราบว่ามีประเด็นพิพาทใดบ้างที่คู่ความซึ่งพิพาทโต้เถียงกันอยู่ หากมีข้อเท็จจริงใดเป็นที่โต้เถียงอยู่ และกรณีจำต้องรับฟังพยานหลักฐานเพื่อวินิจฉัยประเด็นข้อพิพาทดังกล่าว ศาลต้องให้คู่ความที่เกี่ยวข้องแสดงหรือนำสืบพยานหลักฐานนั้นเพื่อสนับสนุนข้ออ้างข้อเถียงของตนได้ แต่อย่างไรก็ตามหากศาลเห็นว่าเมื่อพิจารณาคำร้อง คำคัดค้าน ประกอบกับสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แล้ว กรณีไม่จำต้องรับฟังพยานหลักฐานเพิ่มเติมอีก

ศาลย่อมมีอำนาจที่จะงดไต่สวนพยานในชั้นนี้ได้ คดีนี้ผู้ทำแผนได้ร้องคัดค้านกล่าวอ้างว่า เจ้าหนี้ซึ่งเป็นรองประธานฝ่ายการเงินของลูกหนี้กับพวกร่วมกันทุจริตต่อหน้าที่ จงใจทำให้ลูกหนี้ซึ่งเป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้ลูกหนี้ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ลูกหนี้ชอบที่จะเลิกจ้างได้โดยไม่จำต้องจ่ายเงินค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินค่าชดเชยหรือเงินอื่นใดแก่เจ้าหนี้ ส่วนเจ้าหนี้ซึ่งเป็นลูกจ้างได้โต้แย้งข้อเท็จจริงดังกล่าว กรณีจึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าเจ้าหนี้ได้กระทำตามที่ผู้ทำแผนอ้างหรือไม่ เมื่อผู้ทำแผนซึ่งมีความประสงค์จะสืบพยานเพิ่มเติมและได้ความว่าลูกหนี้ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

กองบังคับการสืบสวนสอบสวนคดีเศรษฐกิจกล่าวหาเจ้าหนี้กับพวกเป็นคดีอาญาในข้อหายักยอกและยังได้ยื่นฟ้องเจ้าหนี้กับพวกต่อศาลแรงงานกลางเรียกเงินที่ทุจริตคืนแก่ลูกหนี้เป็นจำนวนมาก คดียังไม่ถึงที่สุดทั้งศาลฎีกาพิจารณาพยานหลักฐานจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดังกล่าวแล้ว ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นที่โต้เถียงกันอยู่ยังไม่พอแก่การวินิจฉัยกรณีสมควรให้ผู้ทำแผนนำสืบพยานเพิ่มเติมในชั้นพิจารณาได้จนสิ้นกระแสความจึงจำต้องย้อนสำนวนคืนไปยังศาลล้มละลายกลางเพื่อพิจารณาและมีคำสั่งใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 243(2) ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 28ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งงดการไต่สวนพยานผู้ทำแผนนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยอุทธรณ์ของผู้บริหารแผนฟังขึ้น กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นอีกต่อไป"

Result

พิพากษายกคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้ยกคำร้องคัดค้านและคำสั่งศาลล้มละลายกลางที่ให้งดการไต่สวนพยาน ให้ศาลล้มละลายกลางดำเนินการไต่สวนคำร้องคัดค้านของเจ้าหนี้และมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · ประมาณ ตียะไพบูลย์สิน · สุพัฒน์ บุญยุบล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7960/2544

ในการขอรับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 90/26 ให้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถ้าคำขอรับชำระหนี้รายนั้นมีผู้โต้แย้ง ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วมี…

Supreme Court Judgment No. 5059/2567

ตาม พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 26 กรณีที่จะถือว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การต่อเมื่อปรากฏว่า ในวันนัดพิจารณาเมื่อโจทก์และจำเลยมาพร้อมกันแล้วถ้าไม่อาจตกลงกันหรือไม่อาจประนีประนอมยอมความก…

Supreme Court Judgment No. 4637/2567

ป.วิ.พ. มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน" การที่ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพ…

Supreme Court Judgment No. 4208/2567

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าที่ดินกับ ร. มีกำหนดเวลา 10 ปี และเป็นสัญญาต่างตอบแทนพิเศษยิ่งกว่าสัญญาเช่าธรรมดา ทั้งมีข้อตกลงว่า หากสัญญาสิ้นสุดแล้วให้ต่อสัญญาออกไปอีก 5 ปี แต่ ร. ถึงแก่ความตายแล้ว ขอใ…

Supreme Court Judgment No. 4849/2566

ในการพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 25 วรรคหนึ่ง กำหนดว่าศาลต้องดำเนินการไกล่เกลี่ยเพื่อให้คู่ความได้ตกลงหรือประนีประนอมยอมความกัน และมาตรา 26 วรรคหนึ่ง กำหนดว่า ถ้า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up